เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 150 บ้านอ่างสมบูรณ์ หมู่ 14 ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางบน หล่อทอง อายุ 61 ปี กรณีถูกนายห้อย ซึ่งรับซื้อวัวควาย นำควายของตนเองไปจำนวน 6 ตัว รวมมูลค่า 60,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว
นางบน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนมีควายทั้งหมด 9 ตัว จึงตัดสินใจขายให้กับนายห้อย 6 ตัว ในราคา 60,000 บาท โดยนายห้อยบอกว่าจะนำควายไปขายต่อที่ตลาดนัดก่อน แล้วจะนำเงินมาจ่ายให้ ตนเห็นว่าเป็นคนรู้จักและเชื่อใจกัน จึงยอมให้เอาควายไปก่อน
แต่หลังจากควายทั้ง 6 ตัวเดินออกจากบ้านไป ก็เหมือนกับเงิน 60,000 บาทเดินหายตามไปด้วย เพราะเวลาผ่านไปนานนับเดือนแล้ว ยังไม่มีวี่แววของเงิน หรือแม้แต่เงาของนายห้อยกลับมาให้เห็น จึงเริ่มเอะใจว่า งานนี้อาจไม่ได้แค่ขายควาย แต่กำลังจะได้บทเรียนราคา 60,000 บาทแทน

นางบน กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องขายควาย เพราะตั้งใจจะนำเงินไปใช้หนี้ ธ.ก.ส. ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปซื้อปุ๋ย แต่เมื่อยังไม่ได้รับเงิน ทำให้เดือดร้อนอย่างหนัก สุดท้ายจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ศีขรภูมิ เพื่อให้ตำรวจติดตามตัวนายห้อยมาดำเนินคดี
เจ้าตัวบอกอีกว่า ตอนนี้เหลือควายไว้เลี้ยงเพียง 3 ตัว ส่วนชีวิตประจำวันก็อยู่กับแฟนและพ่อแม่ หากินกันไปตามมีตามเกิด ตอนเช้าตื่นมาก็ออกไปเก็บผักนำไปขายให้ชาวบ้าน กำละ 10 บาท ส่วนกลางคืนก็ออกไปจับจิ้งหรีดมาขาย หาเงินมาประทังชีวิต
เรียกได้ว่าชีวิตมีทั้งผัก มีทั้งจิ้งหรีด มีทั้งควาย แต่ที่ยังหาไม่เจอคือเงิน 60,000 บาทจากควาย 6 ตัว เจ้าตัวจึงต้องฝากความหวังไว้กับตำรวจให้ช่วยติดตามเงินกลับคืนมา
ขณะที่ พ.ต.อ.นพดล ช่วยบุญ ผกก.สภ.ศีขรภูมิ เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน หากออกหมายเรียกแล้วผู้ถูกกล่าวหาไม่มาพบพนักงานสอบสวน ก็จะพิจารณาออกหมายจับต่อไปโดยเร็ว



