ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคารพิกุลกนก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ” ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “สืบสานพระราชปณิธาน สานประโยชน์สุข สู่ปวงประชา”โดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะครู อาจารย์นราธิวาส

ในโอกาสนี้ ประธานในพิธีได้มอบประกาศนียบัตรและรางวัลแก่เกษตรกรผู้ชนะการประกวดผลผลิตทางการเกษตร จากนั้นประธานและคณะได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ “พระมหากรุณาธิคุณสู่ปวงประชาเป็นสุข” นิทรรศการ “ต่อยอดองค์ความรู้ สู่การพัฒนาอาชีพ” ชมตลาดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร และร่วมปล่อยพันธุ์ป่ากุ้ง-ปลา ได้แก่ ปลาดุกรำพ้น ปลาสลิด ปลานิลดำ และปลานิลแดง รวมจำนวน 9,999 ตัว บริเวณสระน้ำสวน 50 ปีครองราชย์
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือสำนักงาน กปร. และจังหวัดนราธิวาส จัดขึ้นเพื่อสนองพระบรมราโชบายของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานมุ่งมั่นในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องภายในงานยังน้อมนำพระราชดำริและพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมาถ่ายทอดผ่านนิทรรศการและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ พร้อมเผยแพร่ผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ที่ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาพื้นที่ การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดและดินพรุ การพัฒนาแหล่งน้ำ การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแปรรูปผลผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่ม
โดยจุดเด่นสำคัญของงาน คือ นิทรรศการ “ต่อยอดองค์ความรู้ สู่การพัฒนาอาชีพ” จากหน่วยงานภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จำนวน 13 หน่วยงาน ครอบคลุมองค์ความรู้ตั้งแต่ “ดินถึงตลาด” ให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ตั้งแต่ “พิพิธภัณฑ์ดิน” ที่นำเสนอชั้นหน้าตัดดินและปัญหาดินในจังหวัดนราธิวาส ทั้งดินเปรี้ยวจัด ดินอินทรีย์ หรือดินพรุ และดินทรายจัด พร้อมสาธิตการวิเคราะห์ดินอย่างง่ายด้วยชุด LDD pH Test Kit ต่อด้วย พิพิธภัณฑ์โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่พรุ ผ่านตัวอย่างพรรณไม้ เมล็ด ใบ ดอก ผล และแมลงในระบบนิเวศป่าพรุ
ขณะที่ “ปลูกอนาคต ด้วยศาสตร์เกษตรพระราชา” เปิดสาธิตการทำเกษตรพอเพียงในพื้นที่จำกัด การปลูกผักในภาชนะ การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ การขยายพันธุ์พืช และการติดตั้งระบบน้ำในแปลงเกษตรและอีกหนึ่งไฮไลต์คือ “มหัศจรรย์ชันโรง คู่ป่าเสม็ด สู่รายได้ชุมชน” นำเสนอการเลี้ยงผึ้งชันโรง ผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรง การแปรรูปไม้เสม็ด พร้อมชิมน้ำผึ้งชันโรงแท้ และรับแจกกล้าพันธุ์ไม้หายาก



