ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และได้ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากและข้อจำกัดในการประกอบอาชีพของราษฎร โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร จึงมีพระราชดำริให้ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสมกับภูมิสังคม เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพมีที่ทำกิน มีรายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง
แนวพระราชดำริที่พระราชทานไว้ได้ก่อเกิดเป็นโครงการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ อาทิ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการป่ารักน้ำ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ โครงการศิลปาชีพ โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ โครงการหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง โครงการเหล่านี้ล้วนสะท้อนพระราชปณิธานในการ “พัฒนาคน” ควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำคัญ ตลอดทั้งการรักษาอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่กับคนไทย

หนึ่งในภาพสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณปรากฏชัดเป็นรูปธรรมดังเช่น โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ในอดีต พื้นที่แห่งนี้ราษฎรทำไร่เลื่อนลอย มีการแผ้วถางป่าเพื่อเปิดพื้นที่เพาะปลูกใหม่ ส่งผลให้ป่าเสื่อมโทรมและเกิดภูเขาหัวโล้น เมื่อโครงการเข้าไปส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ จึงเกิดการปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรสู่การปลูกพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ทั้งพืชผัก ผลไม้ และการทำนาขั้นบันได รวมถึงการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่ ซึ่งช่วยสร้างรายได้ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
นายฉัตรชัย บัวแสน ผู้ได้รับความรู้จากโครงการ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงว่าจากเดิม ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำไร่เลื่อนลอยและปลูกข้าวไร่ ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค เมื่อได้เข้าทำงานที่โครงการจึงนำความรู้ด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ ปัจจุบันมีการจัดสรรพื้นที่ทำกินและแบ่งพื้นที่ปลูกหม่อน กาแฟ พืชผัก และทำนาขั้นบันไดอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ทำให้ได้ทั้งผลผลิตกาแฟและรักษาต้นไม้ในพื้นที่ ขณะที่พืชผัก เช่น กวางตุ้ง คะน้า กะหล่ำปลีหัวใจ และต้นหอม กลายเป็นรายได้เสริมและสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้แก่ครัวเรือนและชุมชน สิ่งสำคัญยิ่งกว่ารายได้ คือ “การเปลี่ยนวิธีคิด” จากการพึ่งพาการเปิดพื้นที่ป่ามาสู่การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเข้าใจ เกิดวงจรแห่งความสมดุล “มีป่า มีน้ำ ดินดี มีผลผลิตที่มีคุณถาพ และมีรายได้” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน

เรื่องราวของภูพยัคฆ์จึงมิใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การสร้างแหล่งอาหาร หากเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงชีวิต จากผืนดินที่เคยเสื่อมโทรมกลับมีต้นไม้ จากพื้นที่ที่เคยขาดแคลนน้ำกลับมีความชุ่มชื้น และจากครอบครัวที่เคยต้องดิ้นรน กลายเป็นครอบครัวที่มีอาชีพอย่างมั่นคง
พระราชดำริด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมงานศิลปาชีพ เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพเสริมในช่วงว่างเว้นจากการทำเกษตร ทั้งงานทอผ้า จักสาน และงานหัตถกรรม นอกจากสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยรักษาภูมิปัญญาและศิลปหัตถกรรมไทยให้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เช่นโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ แหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพ และผลิตอาหารที่ปลอดภัย โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ เกิดทางเลือกให้ราษฎรมีอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ลดการทำไร่เลื่อนลอย และช่วยรักษาป่าต้นน้ำ ไปจนถึงโครงการหมู่บ้านยามชายแดนฯ ที่ช่วยให้ราษฎรมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเกิดความมั่นคงในชีวิตและมีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ชายแดน ขณะที่โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง จังหวัดเพชรบุรี แหล่งเรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแบบผสมผสาน ส่งเสริมอาชีพและรายได้ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์

นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เปิดเผยว่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีจำนวนกว่า 900 โครงการ ในทั่วประเทศไทย ครอบคลุมการพัฒนาในหลากหลายด้านเพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีกินมีใช้อย่างมั่นคง ตลอดถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์
โครงการเหล่านี้ได้ดำเนินงานผ่านความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานและบูรณาการการสนองพระราชดำริ เพื่อให้การพัฒนาอาชีพ การถ่ายทอดองค์ความรู้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง

ผลแห่งพระมหากรุณาธิคุณปรากฏผ่านชีวิตของราษฎรในหลายพื้นที่ จากผู้ที่เคยขาดความรู้และต้องดิ้นรนทำกินตามวิถีเดิม วันนี้มีอาชีพ มีรายได้ มีความรู้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ หลายครอบครัวมีเงินออม สามารถส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษา และนำองค์ความรู้กลับมาต่อยอดเพื่อพัฒนาครอบครัวและชุมชนให้สามารถยืนหยัดพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของปวงพสกนิกรและทรงเป็นพลังแห่งการสืบสาน รักษา ต่อยอดเพื่อประโยชน์สุขสืบไป



