เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ปฏิบัติภารกิจที่รัสเซีย ได้หารือกับนายอเล็กซานเดอร์ โนวัค (Alexander Novak) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย-รัสเซีย ด้านการค้า การลงทุน การเกษตร ผลักดันการเริ่มต้นเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thai-EAEU FTA) รัสเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 36 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือในกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจพหุภาคี อาทิ BRICS ที่ไทยเป็นประเทศหุ้นส่วน
นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับรองนายกรัฐมนตรีรัสเซียที่รับผิดชอบเรื่องเศรษฐกิจ ว่า สิ่งที่เขาอยากให้ไทยสนับสนุน คือการพิจารณาว่ารัสเซียเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ เรื่องน้ำมัน เรื่องก๊าซและนิวเคลียร์ ที่รัสเซียมีความอุดมสมบูรณ์ และมีความก้าวหน้า ซึ่งยังต้องพูดคุยกันในภาคเอกชน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เดินทางมาด้วย เขามองว่ารัสเซียมีศักยภาพ ทั้งตลาดรัสเซีย และร้านอาหารไทยในรัสเซียที่ได้รับความนิยมและจำเป็นต้องใช้เครื่องปรุงรวมถึงสินค้าอาหารจากไทย รัสเซียมาตรวจสอบมาตรฐานสุขอนามัยที่โรงงานผลิตของไทยแล้ว รัสเซียมีความสนใจ ส่งเนื้อวัวและหมูมายังประเทศไทย แต่การดำเนินการยังไม่เรียบร้อย

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงการหารือกับนายบาคึตจาน ซากินตาเยฟ (Bakytzhan Sagintayev) ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชียว่า ยูเรเชียมีตลาด 180 ล้านคน มี GDP ที่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ กระทรวงการต่างประเทศเราเน้นเรื่องการทูตที่ตอบโจทย์ของประเทศ คือการพูดเศรษฐกิจ ช่วงนี้ยอมรับว่าเรามีปัญหาการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ จึงต้องหาทางเลือกของเรา
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรามีคณะทำงานร่วมกันระหว่างไทยและยูเรเชีย (เขตเศรษฐกิจที่ประกอบไปด้วยรัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย คีร์กีซสถาน) ได้พูดคุยหลายเรื่อง ทั้งความร่วมมือการค้า เศรษฐกิจ เขาเองเห็นว่าคณะทำงานที่มีอยู่ไม่ได้ประชุมระยะหนึ่งแล้ว ในทางคู่ขนานกันไปก็จะพยายามเดินหน้าขับเคลื่อนการเจรจาเขตการค้าเสรี ขณะเดียวกัน เรามีกลไก คณะทำงานพูดกันภาคการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งเขาก็สนใจ เพราะเห็นว่าประเทศไทยเศรษฐกิจอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเศรษฐกิจสีเขียว เรื่องนี้กลุ่มประเทศยูเรเชีย สามารถเข้ามาสนับสนุนเข้ามาลงทุน ประเทศไทยได้
“เขามองประเทศไทยในฐานะที่เป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน เพราะทุกวันนี้ คนก็มองไปที่อาเซียน โดยเฉพาะยุคที่มีความขัดแย้งต่างๆ ของตะวันออกกลาง ที่ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อใด หลายฝ่ายมองว่าในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ อาเซียน มีความปลอดภัยสูง จึงเป็นจังหวะดีที่เราจะผลักดันประเด็นเหล่านี้” นายสีหศักดิ์ กล่าว
“ผมคิดว่า ที่ผ่านมาไทย-รัสเซีย อาจจะมีความห่างกันในการติดต่อระดับสูงหรือระดับการเมือง เชื่อว่าถ้ามีการติดต่อระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ปัญหาอุปสรรคคงจะคลี่คลาย เปิดโอกาสให้เอกชนสามารถทำธุรกิจ เพราะในที่สุดภาครัฐพยายามที่จะพูดคุยทำให้กติกาต่างๆเป็นประโยชน์ที่สุด กับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แต่ในที่สุดแล้วผู้ที่จะขับเคลื่อนจริงๆ คือภาคเอกชน แล้วภาคเอกชนครั้งนี้ก็มีความตื่นตัว มาร่วมคณะด้วย ระหว่างที่ผมประชุมกับภาครัฐ เอกชนก็ได้ประชุมหารือกับภาคเอกชนของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี และหลังจากนี้ภาคเอกชน ติดตามขยายต่อไป และคงจะนำไปสู่การร่วมทุน การค้าการลงทุนระหว่างกัน” นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี ((Joint Commission on Bilateral Cooperation – JC) ไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 9 ในวันนี้ (14 ส.ค.) ว่า จะพูดคุยกันทุกเรื่องแต่ที่สำคัญที่สุดคือ การขับเคลื่อนทางการเมือง เพราะไม่ได้ประชุม JC มานาน 3 ปีแล้ว ซึ่งปกติควรจะประชุมอย่างน้อยทุก 1 ปี หรือ ทุก 2 ปี เพราะหากมีการประชุมระดับภาครัฐ ระดับการเมือง ระดับนโยบาย เชื่อว่าจะทำให้หลายประเด็น สามารถขับเคลื่อนได้ เราหาทางที่จะมีความร่วมมือในประเด็นใหม่ๆ โดยสิ่งที่รัสเซียต้องการเขามีขีดความสามารถในด้านไซเบอร์ ด้านดิจิทัลเทคโนโลยีสารสนเทศ
เมื่อถามว่ากรณีที่มาร่วมประชุม JC ที่รัสเซียครั้งนี้อาจมีคำถามว่าทำไมต้องเป็นรัสเซีย เพราะยังมีสงคราม และมีการคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณียูเครน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ในเรื่องสงครามเราไม่เห็นด้วยกับการรุกราน แต่หากมองเหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไป ไม่ใช่การรุกรานยูเครนอย่างเดียว มีเรื่องภูมิรัฐศาสตร์มาเกี่ยวข้อง ระหว่างองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กับรัสเซีย กับชาติตะวันตกกับรัสเซีย ซึ่งไทยแสดงท่าทีของเรา แต่ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการที่จะทำการค้าการลงทุน กับรัสเซีย เพราะทุกประเทศต้องคำนึงถึงประโยชน์ ตราบใดที่ไม่ได้ทำอะไรที่จะไปส่งผลกระทบต่อหลักการในเรื่องของการรุกราน
“เราต้องเอาผลประโยชน์ของไทย และประเทศที่มาบ่อยๆคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เขาก็มา เพราะเห็นความสำคัญ เราก็จะแยกกันว่าท่าทีของเราในเรื่องยูเครน เราวางตัวเองอย่างถูกต้อง รัสเซียก็เข้าใจ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยและรัสเซียก็ต้องเดินหน้าต่อไป”




