ความคืบหน้ากรณีโศกนาฏกรรมรถไฟบรรทุกสินค้า ขบวน 2126 พุ่งชนรถเมล์ ปอ.206 บริเวณสถานีรถไฟมักกะสัน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 69 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ส.ค. กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน พร้อมด้วยคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ 117/2569 ตามคำสั่ง บก.น.1 บช.น. ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนให้อัยการแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 ต่อมาทางอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาลแล้ว ดังนี้
ผู้ต้องหาที่ 1-3 ประกอบด้วย พนักงานขับรถไฟ พนักงานกั้นถนน และพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้มีการกล่าวโทษและสั่งฟ้องในฐานความผิด ดังนี้
นายสยมพร ฯ (พนักงานขับรถไฟ) ผู้ต้องหาที่ 1 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 104, 162
นายอุเทน ฯ (พนักงานกั้นถนน) ผู้ต้องหาที่ 2 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560
นายลาภิส ฯ (พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง) ผู้ต้องหาที่ 3 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
ผู้ต้องหาที่ 4-6 ประกอบด้วย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์กระบะที่จอดคร่อมเครื่องหมายห้ามคร่อมทางรถไฟ (เส้นตารางไขว้สีเหลือง) โดยกรมการขนส่งทางรางได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง มาร้องทุกข์กล่าวโทษ และได้สั่งฟ้องในฐานความผิด ดังนี้
นายเมธาสิทธิ์ ฯ (รถจักรยานยนต์) ผู้ต้องหาที่ 4 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
นายศักดิ์ศรี ฯ (รถยนต์กระบะ) ผู้ต้องหาที่ 5 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
นายอามาน ฯ (รถจักรยานยนต์) ผู้ต้องหาที่ 6 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140
สำหรับผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะได้เรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จำนวนยานพาหนะที่ได้รับความเสียหาย รถไฟ 1 คัน / รถเมล์ 1 คัน / รถยนต์ 7 คัน / รถสามล้อ 1 คัน / รถจักรยานยนต์ 10 คัน รวม 20 คัน



