เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไป ความต้องการเข้าถึงอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าจำเป็นก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงเวลาที่ร้านค้าเปิดให้บริการอีกต่อไป แนวคิดเรื่อง “ความสะดวก” จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทกับการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดมิเนียมที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

หนึ่งในรูปแบบบริการที่เริ่มเห็นมากขึ้นคือ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ซึ่งจากเดิมที่มักใช้จำหน่ายเครื่องดื่มหรือขนม ปัจจุบันสามารถรองรับสินค้าได้หลากหลายประเภท และเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการเพื่อให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาทดลองใช้กับโครงการ “Foods Vending” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Hi-Top Technology, มากมิตร (MAKMITR) และ Plus Property โดยนำตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเข้ามาเป็นอีกหนึ่งบริการในพื้นที่ที่ Plus Property บริหารจัดการ

ภายในตู้มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และขนมจากหลายแบรนด์ที่อยู่ในเครือข่ายของมากมิตร อาทิ HAAB ขนมไข่สงขลาฉ่ำเนย, ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน, ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน, U-ZAP, น้าเน็กเก๊กฮวย, Pennii Popcorn และ After You

รูปแบบดังกล่าวทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังร้านค้าภายนอกหรือยึดติดกับเวลาเปิด-ปิดของร้าน ขณะเดียวกัน การใช้ตู้จำหน่ายสินค้าแทนร้านค้าเต็มรูปแบบยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการเพิ่มบริการภายในพื้นที่ส่วนกลาง โดยใช้พื้นที่ค่อนข้างจำกัด
เบื้องหลัง Vending Machine คือระบบบริหารจัดการ

ความเปลี่ยนแปลงของตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติไม่ได้อยู่เพียงที่ประเภทสินค้าที่นำมาจำหน่าย แต่รวมถึงระบบที่อยู่เบื้องหลังการให้บริการด้วย สำหรับโครงการนี้ Hi-Top Technology รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีของตู้ รวมถึงระบบบริหารจัดการหลังบ้าน ซึ่งสามารถใช้ติดตามข้อมูล เช่น ยอดขาย ปริมาณสินค้า และสถานะการทำงานของเครื่องแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา “Hi-Top AI Vending” เพื่อใช้ข้อมูลจากระบบของตู้มาช่วยวิเคราะห์และสนับสนุนการบริหารจัดการ ทำให้ Vending Machine สามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นจุดจำหน่ายสินค้าเพียงอย่างเดียว

ในส่วนของมากมิตร รับผิดชอบการนำสินค้าและเมนูจากแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในระบบ Foods Vending ขณะที่ Plus Property นำรูปแบบบริการดังกล่าวไปใช้ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านสินค้าและบริการให้กับผู้ใช้งานพื้นที่
เริ่มให้บริการในบางพื้นที่ ก่อนขยายไปยังโครงการอื่น

ปัจจุบัน Foods Vending เริ่มให้บริการแล้วที่ SIRI CAMPUS และ The Line จตุจักร-หมอชิต โดยมีแผนทยอยติดตั้งเพิ่มเติมใน Ideo Q จุฬา-สามย่าน, The Base สุขุมวิท 77, The Line วงศ์สว่าง และ The Base สะพานใหม่ รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ภายใต้การบริหารจัดการของ Plus Property

การนำ Vending Machine เข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัยสะท้อนให้เห็นแนวโน้มหนึ่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือการนำบริการรูปแบบค้าปลีกเข้ามาผสมผสานกับพื้นที่พักอาศัย โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาเป็นร้านค้าเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้ใช้งาน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงการมีจุดซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นภายในพื้นที่ที่พักอาศัย แต่ในมุมของผู้ให้บริการ นี่คือการทดลองนำเทคโนโลยีเข้ามาจัดการกับโจทย์เรื่องเวลา พื้นที่ และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
จากตู้ขายสินค้า สู่ส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต

บทบาทของ Vending Machine ในปัจจุบันจึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเป็น “ตู้กดสินค้า” อีกต่อไป เมื่อระบบชำระเงิน การจัดการสต็อก การเก็บข้อมูล และเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลถูกนำมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ตู้หนึ่งเครื่องสามารถกลายเป็นจุดบริการขนาดเล็กที่ทำงานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาพื้นที่ร้านค้าแบบเดิมโดยเฉพาะในคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ตลอดทั้งวัน ความต้องการสินค้าและอาหารอาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากเวลาทำการของร้านค้าทั่วไป

การนำบริการลักษณะนี้เข้ามาจึงเป็นอีกตัวอย่างของแนวคิด Smart Living ที่ไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หากแต่เป็นการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้กับปัญหาใกล้ตัว ตั้งแต่การเข้าถึงสินค้า ไปจนถึงการบริหารพื้นที่และบริการภายในโครงการ

ท้ายที่สุด ความน่าสนใจของ Vending Machine อาจไม่ได้อยู่ที่ความใหม่ของตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถถูกนำไปวางไว้ในบริบทที่เหมาะสม และตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปได้มากเพียงใด