สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อไม่นานมานี้ถึงการตัดสินใจครั้งล่าสุดของบริษัทแอนโทรปิก ผู้พัฒนาแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ชื่อดังอย่าง “คล็อด” (Claude) ออกมาประกาศว่า กำลังเริ่มใช้ระบบ “ฝังลายน้ำ” ลงในข้อความที่ระบบสร้างขึ้น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมปัญญาประดิษฐ์ของสหภาพยุโรป ซึ่งบังคับให้ผู้พัฒนาต้องทำเครื่องหมายแสดงที่มาของเนื้อหาจาก “เอไอ”

ข่าวนี้สร้างความระส่ำระสายให้กับผู้ใช้งานที่ใช้เอไอทำงานแทน ทั้งการเขียนรายงาน ส่งอีเมล หรือแม้กระทั่งเขียนโค้ด โดยผู้ใช้งานจะไม่สามารถแอบอ้างผลงานที่ได้จากเอไอว่าเป็นผลงานของตนเองอีกต่อไปโดยไม่สามารถตรวจจับได้

บนเว็บบอร์ดชื่อดังอย่าง “เรดดิต” มีผู้ใช้เข้ามาแสดงความไม่พอใจหลายคน โดยมองว่าลายน้ำนี้เป็นเหมือน “ตราบาป” ที่จะทำให้งานเขียนที่ใช้เอไอเป็นตัวช่วย ขายไม่ออกเพราะผู้ซื้อส่วนมากมีแนวโน้มจะปฏิเสธ “งานเอไอ” 

ในห้อง r/artificial ของเรดดิต มีผู้ใช้เข้ามาโพสต์รำพึงรำพันอย่างดุเดือด โดยเปรียบเทียบการใส่ลายน้ำว่าเหมือน “สักลายน้ำไว้บนหน้าผาก” ของผู้ใช้ และเปรียบเปรยไปถึงขั้นว่าเหมือนตำรวจที่ “คอยจ้องจับผู้เสพยา แต่ปล่อยให้คนขายยาลอยนวล” และทำให้คนที่ใช้เอไอผลิตงานเขียนถูกมองว่าเป็นผู้สร้างสรรค์งานที่ “แปดเปื้อน” 

แต่โพสต์ดังกล่าวกลับโดนวิจารณ์กลับและโดนลบคะแนนอย่างหนัก พร้อมคำถามจากสมาชิกรายหนึ่งว่า “บทความคร่ำครวญเว่อร์ๆ นี้นายใช้เอไอเขียนด้วยหรือเปล่า?”

สำหรับกลไกการทำงานของลายน้ำนี้ ทางแอนโทรปิกอธิบายว่า ไม่ได้ใช้ตราประทับที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ใช้วิธีสลับสับเปลี่ยนคำศัพท์อย่างแยบยลจนเกิดเป็น “รูปแบบลับ” ที่มนุษย์อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ซอฟต์แวร์ตรวจจับจะสามารถสแกนแล้วรู้ได้ทันทีว่านี่คือผลงานเอไอ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าระบบนี้ก็ยังไม่ใช่มาตรการที่ไร้รอยรั่ว เพราะหากผู้ใช้นำข้อความไปแก้ไขใหม่ หรือนำไปปรับแต่งผ่านแชตบอตตัวอื่น ลายน้ำดังกล่าวก็อาจถูกทำลายลงได้ นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าการบังคับให้เอไอสลับคำเพื่อสร้างลายน้ำ อาจทำให้คุณภาพภาษาและสำนวนของเอไอถดถอยลง และทันทีที่เครื่องมือตรวจจับเนื้อหาเอไอถูกปล่อยออกมา ก็คงไม่พ้นมือกลุ่มแฮกเกอร์ที่จะสร้างเครื่องมือมาลบลายน้ำนี้ออกไปได้อยู่ดี

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : futurism.com

เครดิตภาพ : REUTERS