จากกรณีที่มีผู้รับเหมานำหลักฐานไปร้องทุกข์เพิ่มเติมกับทางกรุงเทพมหานคร ร้องขอให้ระงับการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง หลังอ้างว่าพบว่าไม่มีใบอนุญาตทำให้เสี่ยงที่จะเกิดอันตราย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 21 ส.ค. คู่กรณีทั้งสองฝั่งได้นัดตกลงกันที่จะให้เจ้าของผู้รับเหมาก่อสร้าง เข้าไปเอาอุปกรณ์การก่อสร้างภายในโรงเรียนนานาชาติดังกล่าวที่ยังทิ้งค้างไว้อยู่ โดยก่อนหน้านี้ได้เคยรับงานก่อสร้างภายในพื้นที่แห่งนี้ก่อนที่จะมีข้อพิพาทกัน

จากการลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าว ทีมงานรับเหมาก่อสร้างได้ทำการนำรถขนแผ่นปูน 3 คัน เข้าทำการขนอุปกรณ์ก่อสร้างที่อยู่ภายในโรงเรียนดังกล่าว แต่วันนี้มีเวลาที่กำหนดของทางกฏหมายจึงไม่สามารถนำสิ่งของอุปกรณ์ก่อสร้างออกมายังไม่ครบ จึงต้องทำการขนย้ายอุปกรณ์กันอีกทีในวันถัดไป

โดยระหว่างขนย้ายอุปกรณ์ ทางเจ้าของผู้รับเหมาก่อสร้างได้เข้าไปตรวจสอบออฟฟิศซึ่งเป็นตู้คอนเทเนอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยใช้เป็นที่ทำงานและเก็บข้อมูลเอกสารสำคัญ จึงได้เข้าลงพื้นที่ตรวจสอบทรัพย์สินภายในออฟฟิศตู้คอนเทเนอร์

เบื้องต้นพบว่ามีคนได้เข้ามาในออฟฟิศแล้วมีการรื้อลิ้นชัก ค้นข้าวของกระจัดกระจาย เอกสารมีการถูกรื้อค้น กระจกที่ปิดไว้มีร่องรอยการเปิดเข้ามา ตู้เก็บอุปกรณ์มีการรื้อค้น จึงตัดสินใจเดินทางเข้าไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจไว้ก่อน เพื่อจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบทรัพย์สินที่หายไปว่ามีรายการอะไรบ้าง ก่อนจะเข้ามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป