จากกรณีที่นักกิจกรรมทางการเมืองหญิงรายหนึ่งเปิดเผยว่าถูกนักเคลื่อนไหวอาวุโส ล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง ซึ่งต่อมา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาขอโทษหญิงคนดังกล่าว แต่อ้างว่าตัวเองเข้าใจผิด คิดว่าฝ่ายหญิงยินยอมนั้น ล่าสุด น.ส.พรนภา เอี่ยมสำอางค์ หรือ โบ นักเขียนอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “Pornnapa lamsamarn” ว่า เรื่องทำนองนี้ก็เคยเกิดกับตนมาก่อนเหมือนกัน ถ้าเอ่ยชื่อไป ช็อกกันทั่วเมืองแน่

จากนั้น น.ส.พรนภาโพสต์เปิดเผยเรื่องราวที่เคยถูกนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดังรายหนึ่ง ใช้อุดมการณ์หลอกลวงและล่วงละเมิดทางเพศ โดยใจความสำคัญในโพสต์นี้ บอกเล่าเรื่องราวขณะที่ตัวเองอายุ 20 ปี เดินทางจาก จ.เชียงราย เพื่อมาร่วมประท้วงที่สนามหลวง เมื่อปี 2549 และได้รู้จักกับนักเคลื่อนไหวคนดังผ่านเว็บบอร์ด/MSN และเมื่อไปช่วยงานฟรีที่มูลนิธิย่านซอยรางน้ำ ฝ่ายชายอาสาไปส่ง แต่กลับพาเลี้ยวเข้าโรงแรมข้างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและล่วงละเมิดทางเพศ จากนั้นฝ่ายชายยื่นเงินให้ แต่น.ส.พรนภาปฏิเสธเพราะรู้สึกถูกลดทอนคุณค่า อีกทั้งมารู้ภายหลังว่าฝ่ายชายมีภรรยาอยู่แล้ว  ซึ่งเป็นเรื่องที่คนในสำนักงานรู้กันหมด ตนจึงรู้ว่าโดนหลอกให้ไปช่วยงานฟรี และโดนหลอกฟันฟรี

น.ส.พรนภา ยังระบุสาเหตุที่ปิดเงียบมานานว่า เพราะขณะนั้นกลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้ขบวนการประชาธิปไตยเสียหาย และกลัวกระแสสังคมตราหน้าว่าสมยอม แต่เหตุที่ตัดสินใจออกมาพูดตอนนี้ เพราะไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อของการใช้อุดมการณ์บริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือหลอกลวงอีก และเพื่อยืนยันว่าข่าวลือเรื่องนักอุดมการณ์ฉวยโอกาสทางเพศมีอยู่จริง

“คนที่พร่ำเพ้อเรียกร้องหาความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้สังคม กลับเอาอุดมการณ์มาบังหน้าเพื่อตักตวงผลประโยชน์ทาง ‘กาม’ ให้ตัวเอง…ทุกครั้งที่ฉันเห็นคนคนนี้ในทีวี หรือบนเวทีเสวนา นั่งพูดจาสวยหรูเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม… มันทำให้ฉันสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียน ‘แมงดาแห่งประชาธิปไตย’ ที่เล่นกับไฟอุดมการณ์ของผู้คน ไม่ควรมีที่ยืนอีกต่อไป ไม่ว่าเรื่องในวันนั้นจะดำเนินคดีได้หรือไม่ แต่วันนี้ฉันขอเป็นส่วนหนึ่งที่กระชากหน้ากากคนจอมปลอมพวกนี้ออกมา เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ใครต้องมาแตกสลายเพราะคนแบบนี้อีกต่อไป”น.ส.พรนภา ระบุ

ต่อมา น.ส.พรนภาได้โพสต์ข้อความอีกว่า “คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ?” และยังเผยแพร่ภาพข้อความสนทนาส่วนตัวกับบัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ “สมบัติ บุญงามอนงค์” ซึ่งนายสมบัติ ระบุว่า “พี่เห็นข้อความที่โบว์เขียนถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในช่วงปลายปี 2549 และเห็นข้อความที่โบว์ถามว่าพี่ว่ามีอะไรจะพูดมั้ย จึงตัดสินใจเขียนมาพูดคุยเป็นการส่วนตัว เพราะเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และเห็นว่าคนที่ควรพูดคุยด้วยคือโบว์ จึงเลือกสื่อสารผ่านกล่องข้อความแทน

ประเด็นที่ต้องการทบทวนข้อเท็จจริงว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงแรมแถวสถานีรถไฟฟ้า BTS และไม่ใช่ในลักษณะที่โบว์เขียนถึงเรื่องความคลุมเครือเกี่ยวกับความเห็นชอบ ในวันดังกล่าวพี่ส่งข้อความผ่าน MSN ชวนโบว์ออกมาข้างนอกตอนที่โบว์อยู่ที่เชียงราย และเราได้พูดคุยกันถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนที่พี่จะขับรถไปรับโบว์ที่บ้าน นั่นคือข้อเท็จจริงตามความทรงจำของพี่ และไม่ได้พาโบว์มาโรงแรมแล้วปลุกปล้ำ ไม่มีอะไรที่เป็นลักษณะที่คลุมเครือหรือไม่เต็มใจมาก่อน แต่ถ้าข้อเท็จจริงของพี่ผิดไป โบว์โต้แย้งได้เลย

ส่วนเรื่องที่พี่ให้เงินโบว์ พี่มั่นใจว่าตอนแรกที่เรามีความสัมพันธ์กัน พี่ไม่ได้ทำสิ่งนั้นแน่นอน ส่วนจะมีช่วงไหนที่พี่ให้เงินโบว์ ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกทม.นั้น พี่ไม่ได้มีเจตนาดูแคลนความสัมพันธ์ว่าเป็นเรื่องแลกเปลี่ยนด้วยเงิน แต่ถ้าทำให้โบว์รู้สึด้อยค่า พี่ขอโทษ  ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ที่จบลง ไม่ใช่ความผิดของโบว์แม้แต่น้อย แต่เป็นความผิดของพี่ที่ทำให้โบว์ผิดหวังมาจนถึงทุกวันนี้ พี่ขอบคุณที่โบว์เดินมาพูดคุยด้วยทุกครั้งที่เราเจอกันในที่สาธารณะ แม้ครั้งแรกพี่จำโบว์ ไม่ได้เพราะโบว์ป่วย แต่ครั้งล่าสุดที่เจอกัน พี่ขอโทษที่จำไม่ได้ และไถ่ถามถึงอาการเจ็บป่วย จึงเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเราได้พบกันอีก พี่ยังยินดีพูดคุยกันเหมือนก่อนเกิดเรื่องในวันนี้ รักษาสุขภาพครับ”

นอกจากนี้ น.ส.พรนภาได้โพสต์ข้อความว่า “ขอบคุณที่ชี้แจงมา…ถึงแม้จะถามหน้าไมค์ตอบหลังไมค์ก็เถอะ… ถ้าเรื่องจะเจอกันอีก หวานเจี๊ยบคงทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว… เพราะไม่อาจจะคดโกงต่อความรู้สึกของตัวเองได้อีกแล้ว… ขอบคุณที่เข้ามาเป็นบทเรียนให้กับชีวิต… และขออโหสิกรรมให้กับเรื่องที่เกิด… ขออย่าให้ใครต้องมาเจอแบบนี้อีกเลย”.