สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่า ปริมาณการเสนอขายน้ำมันดิบอิหร่านให้แก่ผู้ซื้อในจีนลดลง ขณะที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากมาตรการปิดกั้นของสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลง และยังมีความเสี่ยงที่สหรัฐจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม


สหรัฐกลับมาใช้มาตรการปิดกั้นการขนส่งและท่าเรือของอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายตัดรายได้จากการขายน้ำมัน ซึ่งเป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศสำคัญของอิหร่าน


แหล่งข่าวในแวดวงการค้าที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า ข้อเสนอขายน้ำมันอิหร่านสำหรับส่งมอบในเดือน ก.ย. และต.ค. ลดลงจากช่วงเดือน ก.ค. และ ส.ค. เนื่องจากน้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งถูกขายออกไปแล้ว


ข้อมูลของบริษัทเคปเลอร์ระบุว่า การส่งออกน้ำมันอิหร่านลดลงตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา และยังไม่พบเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ขนส่งน้ำมันดิบอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่นั้น


สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลต่อโรงกลั่นอิสระของจีน หรือที่เรียกกันว่า “ทีพอต” ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลซานตง และมีกำลังการผลิตราวหนึ่งในห้าของกำลังการกลั่นน้ำมันทั้งหมดของจีน และเป็นผู้ซื้อน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรรายใหญ่


แหล่งข่าวระบุว่า น้ำมันดิบอิหร่านบางส่วนซึ่งปกติจำหน่ายในราคาลด กลับถูกเสนอขายในราคาสูงกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งอ้างว่า สูงกว่าราว 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล


ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำมันดิบอิหร่านที่เก็บอยู่บนเรือนอกพื้นที่ปิดกั้นของสหรัฐลดลงเหลือราว 80 ล้านบาร์เรล จากเดิมประมาณ 105 ล้านบาร์เรล ก่อนสหรัฐกลับมาปิดล้อมรอบปัจจุบัน


ด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่า น้ำมันอิหร่านที่ยังคงอยู่ในน่านน้ำเอเชียมีเพียงราว 30 ล้านบาร์เรล หรือครึ่งหนึ่งของระดับปกติ ทำให้ผู้ซื้ออาจแทบไม่มีน้ำมันอิหร่านลอตใหม่สำหรับส่งมอบช่วงปลายเดือน ก.ย. เป็นต้นไป


ท่ามกลางความไม่แน่นอน โรงกลั่นทีพอตของจีนบางแห่งเริ่มหันไปซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่น เช่น น้ำมันดิบจากบราซิลและอิรัก


ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่านเมื่อเดือน มิ.ย. เพียง 785,000 บาร์เรลต่อวัน ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2566 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นราว 823,000 บาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ค. แต่ลดลงเหลือเพียง 534,000 บาร์เรลต่อวันเมื่อเดือน ส.ค.


ทั้งนี้ จีนเคยนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านเฉลี่ย 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีที่แล้ว และเป็นประเทศที่รับซื้อน้ำมันอิหร่านทางเรือมากกว่า 80% ของทั้งหมด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES