แกรี เนวิลล์ อดีตกองหลังแมนฯ ยูไนเต็ด ฟันธงตั้งแต่ศึกพรีเมียร์ลีกเพิ่งผ่านไปแค่นัดเดียวว่า ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี จะไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองในฤดูกาลนี้ บอกไม่เคยมั่นใจอย่างนี้มาก่อนว่า อาร์เซนอล จะป้องกันแชมป์ได้แน่นอน

นัดแรกแชมป์เก่าคว้าชนะอย่างง่ายดายเหนือโคเวนทรี ซิตี 3-0 ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องไล่ตามตีเสมอ นิวคาสเซิล ในนาทีบาป 2-2 ด้าน แมนฯ ซิตี ก็เกือบไม่รอด เมื่อแซงชนะ บอร์นมัธ ช่วงท้ายเกม 2-1

เนวิลล์ คุยโม้ว่าตนทำนายไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วก่อนเริ่มฤดูกาลว่า นี่จะเป็นฤดูกาลที่คาดเดาไม่ได้ที่สุดและน่าสนใจมาก เพราะการมีผู้จัดการทีมใหม่ ผู้เล่นใหม่มากมาย และมีการเปลี่ยนแปลงมากมายในระดับบน แต่อาร์เซนอลจะคว้าแชมป์ลีกแบบทิ้งไม่เห็นฝุ่น

“แล้วเราได้เห็นทอตแนมแพ้, แมนฯ ยูฯ แพ้, ลิเวอร์พูลเกือบแพ้ และ แมนฯ ซิตี ต้องดิ้นรนเพื่อคว้าชัยชนะในบ้าน เราได้เห็นเกมที่คาดเดาไม่ได้ในสัปดาห์แรก มันเป็นไปตามที่ผมคิดไว้ อาร์เซนอล คงรู้สึกมั่นใจมากในตอนนี้ นี่เป็นความมั่นใจที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมา”

“ผมอาจจะหน้าแตกตอนจบฤดูกาลก็ได้ แต่หลังจากเกมแรก ผมไม่เคยมั่นใจขนาดนี้มาก่อนว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ผมคิดว่าเชลซีจะจบอันดับสองเพราะมีทีมที่แข็งแกร่ง ไม่มีเกมในยุโรป และมีผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม”

เนวิลล์ วิจารณ์ชัยชนะของแมนฯ ซิตี ว่าสมควรที่จะชนะหากโอกาสที่น่าจะได้ แต่พลาดไป ช่วงต้นเกมเล่นดีมาก แต่สิ่งที่ทำให้ช็อกคือการให้ นิโก โอไรลีย์ เล่นแบ๊กซ้าย และ มาร์ค เกฮี เล่นมิดฟิลด์ มันค่อนข้างน่าประหลาดใจและดูไม่ค่อยลงตัว เกมไม่ได้ราบรื่น และยังมีคำถามอีกมาก ด้วยมาตรฐานที่ แมนฯ ซิตี และลิเวอร์พูล เคยสร้างไว้ ก็ดูยังห่างไกลจากมาตรฐานเหล่านั้น

พร้อมกับร่ายยาววิจารณ์ลิเวอร์พูลว่า “คุณไม่สามารถบอกได้ว่าลิเวอร์พูลไม่สมควรได้รับหนึ่งแต้ม เพราะพวกเขาสร้างโอกาสได้มากมาย ลิเวอร์พูลจะพอใจกับหนึ่งแต้มและผลการแข่งขัน แต่ลึกๆ แล้ว เมื่อคุณวัดตัวเองกับทีมที่พวกเขาเคยเจอมาและคว้าแชมป์ พวกเขาจะคิดว่าเรายังมีงานอีกมากที่ต้องทำ พวกเขาไม่อยู่ใกล้เคียงกับการเป็นทีมที่จะคว้าแชมป์”

“ถ้าคุณจะใช้ฟูลแบ๊กสองคน คุณก็ต้องมีเซ็นเตอร์แบ๊กที่ยอดเยี่ยมสองคน และกองกลางตัวรับที่ดีมากอีกสองคนที่สามารถหยุดเกมโต้กลับ คุณต้องชดเชยตรงนั้น กองกลางของพวกเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่คอยคุมเกม บ่อยครั้งที่พวกเขาเปิดพื้นที่ว่างในแดนกลางด้วยการขึ้นไปข้างบน ดังนั้นผมคิดว่านั่นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับความสมดุลของลิเวอร์พูล”