น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและฝนสะสม พร้อมส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและอำเภอลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด หลังสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลายและระดับน้ำหลายพื้นที่ลดลง ทั้งนี้ พบว่า พื้นที่เกษตรคาดว่าจะได้รับความเสียหายแล้วใน 9 อำเภอ เกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 6,538 ราย พื้นที่ 14,963.18 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 9,121.77 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 5,728.66 ไร่ และไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ 112.75 ไร่ ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้ว 6 อำเภอ ได้แก่ ปัว ภูเพียง เมืองน่าน ท่าวังผา สันติสุข และเวียงสา
ด้านการฟื้นฟู กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียม พันธุ์พืชผักและไม้ผล สนับสนุนเกษตรกรทันทีหลังน้ำลด พร้อมส่งเสริมการใช้ เชื้อราไตรโคเดอร์มา ป้องกันและควบคุมโรคพืช เช่น โรครากเน่าโคนเน่า โดยเกษตรกรขอรับได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช
สำหรับเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ต้องดำเนินการสำคัญ 3 ขั้นตอน คือ 1. ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย 2. ยื่นแบบ กษ 01 พร้อมให้ผู้นำท้องที่หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับรองความเสียหาย และ 3. เข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบ โดยสามารถขอแบบ กษ 01 ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์กรมส่งเสริมการเกษตร
หลังจากนั้น สำนักงานเกษตรอำเภอจะรวบรวมเรื่องเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) พิจารณาภายใน 40 วันนับแต่เกิดภัย หากไม่เพียงพอจะเสนอระดับจังหวัดพิจารณาต่อไป เมื่อผ่านการอนุมัติ ธ.ก.ส. จะโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง เพื่อความปลอดภัยและป้องกันมิจฉาชีพ
สำหรับภัยธรรมชาติที่เกิดตั้งแต่ 21 ส.ค.และอยู่ในพื้นที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ จะได้รับการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2569 ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่



