เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 69 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นกรณีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือก สว. ของนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw ที่มีการโยงรัฐมนตรีและ สส. พรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า การกล่าวหาหรือทำให้สังคมเข้าใจว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย จำเป็นต้องมีมาตรฐานในการพิสูจน์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีการพาดพิงหรือเชื่อมโยงไปถึงบุคคลในพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาคนภูมิใจไทย ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่แค่ลากเส้นโยง
ผมเห็นการออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือก สว. โดยนายยิ่งชีพ ซึ่งไม่ได้กล่าวถึงเฉพาะ สว. บางกลุ่มเท่านั้น แต่ยังมีการพาดพิงและเชื่อมโยงไปถึงบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ด้วย เมื่อกล่าวหาหรือทำให้สังคมเข้าใจว่าบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย ผมคิดว่ามาตรฐานต้องสูงกว่าการบอกว่า ใครรู้จักใคร ใครสัมพันธ์กับใคร หรือใครอยู่ในเครือข่ายเดียวกับใคร เพราะความสัมพันธ์ ไม่เท่ากับ การร่วมกระทำความผิด
นายศุภชัย ระบุว่า หากจะกล่าวหาบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องตอบให้ได้เป็นรายบุคคลว่า บุคคลนั้นทำอะไร ทำเมื่อใด ทำกับใคร มีเจตนาอย่างไร และการกระทำนั้นฝ่าฝืนกฎหมายใด อย่าใช้วิธีลากเส้นจาก สว. คนหนึ่ง ไปหาบุคคลอีกคนหนึ่ง ลากต่อไปถึงนักการเมืองหรือพรรคการเมือง สรุปให้สังคมเข้าใจว่า ทุกคนที่อยู่ปลายเส้นเหล่านั้นต้องเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด นี่ไม่ใช่มาตรฐานของการพิสูจน์ความผิดในระบบกฎหมาย ซึ่งนายยิ่งชีพย่อมจะรู้ ยิ่งเมื่อมีการเอ่ยชื่อหรือพาดพิงบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ยิ่งต้องระมัดระวัง เพราะชื่อเสียงและสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาก็ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
นายศุภชัย ระบุด้วยว่า หากมีหลักฐานจริง ตนสนับสนุนให้นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทั้งหมด ไม่ต้องปกป้องใคร และไม่ต้องยกเว้นใคร แต่ในทางกลับกัน หากยังไม่มีหลักฐานที่แสดงถึงการกระทำของบุคคลนั้นโดยตรง ก็ไม่ควรใช้การเชื่อมโยงทางสังคม การเมือง หรือความรู้จักกัน มาแทนข้อพิสูจน์ว่าเขามีส่วนร่วมในการกระทำผิด ที่สำคัญ กกต. เป็นองค์กรตามกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยจากข้อเท็จจริง พยาน หลักฐาน และบทบัญญัติของกฎหมาย ไม่ใช่วินิจฉัยตามพาดหัวข่าว กระแสสังคม หรือแรงกดดันจากฝ่ายใด
ถ้าบอกว่าพร้อมเปิดทุกหลักฐาน ผมก็เห็นด้วย เปิดเลย และเปิดให้ครบ เปิดตั้งแต่วันนี้ แต่เมื่อเปิดแล้ว ต้องยอมให้หลักฐานถูกตรวจสอบด้วยว่าเป็นหลักฐานที่พิสูจน์การกระทำผิดจริง หรือเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกนำมาเรียงต่อกัน เพื่อสร้างภาพความเชื่อมโยง คนภูมิใจไทยไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้อยู่นอกหลักนิติธรรมเช่นกัน ใครทำผิด ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ใครถูกกล่าวหา ต้องมีสิทธิชี้แจง และใครเป็นผู้กล่าวหา ก็ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของสิ่งที่พูด
เพราะในประเทศที่ปกครองด้วยกฎหมาย เส้นโยงไม่ใช่หลักฐาน ความสัมพันธ์ไม่ใช่ความผิด และ ข้อกล่าวหาไม่ใช่คำพิพากษา และการกระทำใดของคุณยิ่งชีพที่ทำให้บุคคลใดหรือพรรคภูมิใจไทยได้รับความเสียหาย คุณก็ย่อมต้องรับผลจากการกระทำนั้น” นายศุภชัย กล่าว



