ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยยังคงเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมสะเทือนขวัญหลายคดี ผู้ก่อเหตุจำนวนไม่น้อยคือผู้ใช้ยาเสพติดที่เสพต่อเนื่องมานานจนเกิดอาการหูแว่วเห็นภาพหลอน ข้อมูลจากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือนเมษายน 2569 ระบุว่ามีคนไทยราว 1.9 ล้านคน ที่เข้าข่ายเป็นผู้ใช้สารเสพติดและต้องการความช่วยเหลือ เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้ทั่วถึงและลดการเดินทางไปสถาบันหลัก โรงพยาบาลชุมชนสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ 776 แห่ง ได้ทยอยจัดตั้งกลุ่มงานจิตเวชยาเสพติดไปแล้วกว่า 626 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 80.67 ภายใต้ชื่อ “มินิธัญญรักษ์” และหนึ่งในนั้นคือโรงพยาบาลศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ ที่สามารถเป็นโมเดลได้

ถอดรหัสความสำเร็จรพ.ศรีรัตนะ
นายแพทย์ธนกร ชมาฤกษ์ ผอ.รพ.ศรีรัตนะ เล่าว่า หัวใจของความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เทคนิคพิเศษใด ๆ แต่คือการยึดมาตรฐานการบำบัดอย่างครบถ้วน ผนวกกับภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง และทีมงานที่มีทัศนคติพร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ เอง เราใช้วิธีการบำบัดรักษาตามหลักเกณฑ์มาตรฐานทุกประการ มีการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ร่วมกับการมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีทีมงานที่มีทัศนคติที่ดีในการพร้อมช่วยเหลือผู้ป่วย และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้ป่วยหายดีจากโรคภัยไข้เจ็บ

ปัจจุบันรพ.ได้รับงบประมาณสนับสนุนอยู่บ้าง เพียงแต่ด้วยจำนวนคนไข้ที่มีปริมาณมาก ประกอบกับต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาคนไข้ค่อนข้างสูง เนื่องจากคนไข้กลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยติดสารเสพติด ซึ่งบางรายอาจมีความผิดปกติหรือโรคทางสมองร่วมด้วย จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการบำบัดรักษาค่อนข้างนาน และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับโรคทางกายทั่วไป ดังนั้น การบำบัดรักษาในแต่ละครั้งจึงต้องใช้เวลายาวนาน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนต่าง ๆ ที่ตามมา เช่น ค่าจัดกิจกรรม ค่าที่พักอาศัย และค่าใช้จ่ายทั่วไป หากเป็นไปได้ รพ.อยากได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมในเรื่องของการเบิกจ่ายหรือการเคลมงบประมาณให้มีความใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายจริงที่เราใช้ดำเนินงานอยู่ทุกวันนี้
“จริงๆทุกวันนี้เราดำเนินงานภายใต้ความประหยัดและพยายามใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดตามงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมา รวมทั้งใช้วิธีลดต้นทุนในหลาย ๆ ด้านเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนงานต่อไปได้ แต่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือเราอยากให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่ดีที่สุด เพราะเราไม่สามารถทอดทิ้งพวกเขาได้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการคืนคนดีกลับคืนสู่สังคม”

เข้าถึงง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
ปรัชญานี คำเหลือ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล อธิบายเพิ่มเติมว่า จุดที่ทำให้ผู้ป่วยเลือกเข้ารับการรักษาที่นี่จำนวนมากคือความสะดวก เข้าถึงง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และที่สำคัญคือสามารถดูแลรักษาโรคทางกายควบคู่ไปด้วยได้ ต่างจากโรงพยาบาลเฉพาะทางทั่วไปที่มักรับดูแลเฉพาะผู้ติดยาหรือผู้ป่วยจิตเวชเท่านั้น ความโดดเด่นที่แท้จริงอยู่ที่ระยะเวลาการรักษา แทนที่จะใช้หลักสูตรดูแลระยะสั้นเพียง 2 สัปดาห์ตามมาตรฐานของ สบยช. โรงพยาบาลศรีรัตนะกำหนดให้ผู้ป่วยพักรักษาตัวอย่างน้อย 5 สัปดาห์ และในบางรายอาจยาวนานถึง 8 เดือน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด เหตุผลมาจากประสบการณ์ตรงที่ทีมงานเคยมีส่วนร่วมจัดทำคู่มือหลักสูตรระยะสั้นของ สบยช. มาก่อน แต่เมื่อนำมาใช้จริงกลับพบว่า 3 สัปดาห์นั้นสั้นเกินไป เมื่อผู้ป่วยกลับสู่ชุมชนในสภาพที่ยังไม่พร้อม มักกลับไปเสพซ้ำในปริมาณที่มากกว่าเดิม โรงพยาบาลจึงตัดสินใจขยายเวลาดูแลจนกว่าอาการจะดีขึ้นอย่างแท้จริง จึงจะปล่อยตัวกลับ ผลลัพธ์คือมีผู้ป่วยหลายรายที่กลับไปใช้ชีวิตปกติและมีงานทำ

ระบบติดตามผลบำบัดสำเร็จแล้ว3,000 ราย
อีกกลไกสำคัญคือระบบติดตามผลหลังจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน โรงพยาบาลจะเก็บเบอร์ติดต่อของผู้ป่วย ญาติ ผู้นำชุมชน และโรงพยาบาลในพื้นที่ไว้อย่างเป็นระบบ หากผู้ป่วยไปทำงานในสถานประกอบการ ก็จะขอความยินยอมเปิดเผยข้อมูล เพื่อประสานกับนายจ้างในการสุ่มตรวจปัสสาวะโดยไม่แจ้งล่วงหน้า พร้อมส่งชุดตรวจให้ทางไปรษณีย์และตรวจสอบผลผ่านวิดีโอคอลร่วมกัน ความร่วมมือจากนายจ้าง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้นำชุมชน ทำให้จากผู้ป่วยสะสมกว่า 4,500 ราย มีผู้ที่บำบัดสำเร็จและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เกือบ 3,000 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 70

“เมื่อมองลึกลงไปถึงต้นตอของปัญหา โรงพยาบาลไม่ได้ประเมินผู้ป่วยเฉพาะสภาพร่างกายและจิตใจ แต่ประเมินไปถึงครอบครัว สิ่งแวดล้อม และปัจจัยชักนำต่าง ๆ พบว่าเยาวชนส่วนใหญ่เริ่มต้นจากความอยากรู้อยากลอง ท่ามกลางสภาพที่ยาเสพติดในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ราคาถูก และเข้าถึงง่าย ทั้งสติกเกอร์และบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลจัดอยู่ในกลุ่มอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง และมักใช้สารเสพติดร่วมกันมากกว่า 2 ชนิด ทั้งยาบ้า ไอซ์ ยาอี กัญชา และกระท่อม”พยาบาลวิชาชีพบอกถึงต้นเหตุของยาเสพติด
เด็กสมาธิสั้นเสี่ยงเป็นผู้ติดยาเสพติด
ปรัชญานี กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญอีกด้านหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คือกลุ่มเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD) หรือเด็กออทิสติกที่ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหรือรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม เด็กกลุ่มนี้มักมีพฤติกรรมตัดสินใจหุนหันพลันแล่นและมีกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่ต่างจากคนทั่วไป ทำให้ถูกชักจูงได้ง่าย เมื่อเกิดความหงุดหงิดหรือโมโหโดยไม่ได้รับประทานยาอย่างถูกต้อง ก็มักเริ่มต้นจากการสูบบุหรี่และดื่มสุรา ซึ่งกลายเป็นสารตั้งต้นที่ชักนำไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นน้ำกระท่อมหรือสูตรผสมสี่คูณร้อย ที่ปัจจุบันสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ยิ่งตอกย้ำปัญหาการเข้าถึงสารเสพติดของกลุ่มเด็กและเยาวชนให้รุนแรงขึ้นไปอีก
ด้วยเหตุนี้ พื้นที่อำเภอศรีรัตนะจึงเริ่มดำเนินการคัดกรองเด็กสมาธิสั้นมาตั้งแต่ปี 2555 โดยได้รับความร่วมมือจากจิตแพทย์เด็กในการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง จากการประเมินพบว่าสัดส่วนเด็กสมาธิสั้นในพื้นที่สูงถึงราวร้อยละ 30 ของจำนวนเด็กทั้งหมด ปัจจุบันสามารถคัดกรองเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบดูแลรักษาได้ครอบคลุมเกือบ 100% แล้ว โดยมีเด็กที่อยู่ในระบบและได้รับยาต่อเนื่องรวมกว่า 500 ราย สะท้อนให้เห็นว่าหากปล่อยให้เด็กกลุ่มนี้หลุดจากระบบคัดกรองตั้งแต่ต้น ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นผู้ใช้สารเสพติดในอนาคต
ตัวอย่างที่สะท้อนความรุนแรงของปัญหาได้ชัดเจนคือกรณีที่โรงพยาบาลเคยรับตัวบำบัดผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 7 ปี ซึ่งถูกใช้เป็นคนเดินยา เนื่องจากครอบครัวประกอบอาชีพค้ายาเสพติด สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยแวดล้อมในครอบครัวสามารถผลักดันให้เด็กเข้าไปพัวพันกับวงจรยาเสพติดได้ตั้งแต่วัยเยาว์ ปัจจุบันโรงพยาบาลสามารถบำบัดรักษาเด็กคนนี้จนหายดี และได้ส่งตัวกลับไปอยู่กับมารดาที่จังหวัดนนทบุรี โดยเด็กสามารถเข้าเรียนในระบบโรงเรียนตามปกติ ภายใต้การบูรณาการดูแลร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) บ้านพักเด็กและครอบครัว ครอบครัว และโรงเรียน

ผู้ป่วยทางจิตต้องใช้เวลาบำบัดนาน
แม้ผลงานจะโดดเด่น แต่โรงพยาบาลศรีรัตนะก็เผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณอย่างหนัก ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. เบิกจ่ายค่ารักษาให้ได้ไม่เกิน 45 วัน ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนมากต้องพักรักษาตัวยาวนานกว่านั้นหลายเท่า ส่วนต่างของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าจัดกิจกรรม ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายทั่วไป โรงพยาบาลจึงต้องแบกรับเองทั้งหมด เพราะตระหนักดีว่าหากปล่อยผู้ป่วยที่ยังไม่พร้อมกลับสู่สังคมเร็วเกินไป อาจนำไปสู่เหตุรุนแรงซ้ำได้ ผู้บริหารโรงพยาบาลจึงฝากความหวังไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาปรับเกณฑ์การเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงมากขึ้น เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นทุกวัน
สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่บำบัดไม่สำเร็จ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีความเจ็บป่วยทางจิตร่วมด้วย ซึ่งมีระบบความคิดและการจัดการตนเองที่ซับซ้อนกว่าปกติ เมื่อประกอบกับสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อการกลับไปเสพซ้ำ และการขาดยาต่อเนื่อง จึงมักเกิดอาการกำเริบและต้องกลับเข้ารักษาซ้ำหลายครั้ง การดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ในชุมชนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้ใหญ่บ้าน ในการเป็นพี่เลี้ยงกำกับดูแลการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง

นางสาวดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวภายหลัง ลงพื้นที่โรงพยาบาลศรีรัตนะ เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและการใช้จ่ายงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UC) ว่า โมเดลการดำเนินงานของรพ.ศรีรัตนะสามารถนำไปปรับใช้ในรพ.อื่นๆได้ เนื่องจากแท้จริงแล้วผู้เสพยาเสพติดคือผู้ป่วยประเภทหนึ่งที่เราต้องบำบัดรักษาให้เลิกยาเสพติดให้ได้ก่อนและการเจ็บป่วยจากปัญหายาเสพติดและสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะจิตใจและความเข้มแข็งของสุขภาพใจด้วยกระบวนการสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ การมีที่ปรึกษา ตลอดจนการตัดสินใจเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ล้วนเป็นกระบวนการสำคัญในขั้นตอนการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งสิ้น

ซึ่งนอกจากการรักษาที่ สปสช. ให้การสนับสนุนแล้ว ยังมีมาตรการส่งเสริมป้องกันและการนำกองทุนท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในการเตรียมความพร้อมรองรับบุคลากรและคนไข้กลุ่มนี้ในการเดินทางกลับคืนสู่ชุมชนอย่างปลอดภัย
“โรงพยาบาลศรีรัตนะไม่ได้ดูแลเฉพาะผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่ตั้งของโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังมีผู้ป่วยจากพื้นที่อื่นๆ เดินทางมารับการรักษาเนื่องจากมีความเชื่อมั่นในโรงพยาบาล ทำให้มีเคสส่งมาฝากรักษาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ในขั้นตอนการประสานงานเพื่อส่งตัวผู้ป่วยกลับคืนสู่ชุมชนอาจมีความยากลำบากอยู่บ้าง เนื่องจากต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมของชุมชน ตลอดจนความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจของตัวคนไข้เองว่ามีความพร้อมและมีความเข้มแข็งเพียงใดในการกลับไป”

ฝากถึงผู้ติดยาเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการบำบัด
ผู้ติดยาเสพติดวัย 33 ปี จาก อ.กันทรลักษ์ เล่าว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมายาวนานถึง 7 ปี แม้ในช่วงที่ผ่านการเกณฑ์ทหารเป็นเวลา 2 ปี และลงไปปฏิบัติหน้าที่ทหารในพื้นที่ภาคใต้อีก 5 ปี ก็ยังคงมีการแอบใช้ยาอยู่อย่างต่อเนื่องเพราะเสพติดมาตั้งแต่สมัยเรียนจนไม่สามารถหยุดได้เอง
หลังได้เข้ารับการบำบัดมาแล้วประมาณ 13 วัน จากระยะเวลาตามแผนการบำบัดทั้งหมด 60 วัน ซึ่งถือเป็นการเข้ารับการบำบัดในสถานพยาบาลเป็นครั้งแรก หลังจากเข้าร่วมกระบวนการบำบัดและทำกิจกรรมกลุ่ม ทั้งในช่วงเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน อาการต่างๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีอาการหูแว่ว และหายจากอารมณ์หงุดหงิดง่าย โดยหลังจากครบกำหนด 2 เดือนแล้ว ยังต้องรับยาไปรับประทานต่อที่บ้านอีกประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี พร้อมทั้งมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามเมื่อจบกระบวนการบำบัดแล้ว ตั้งใจจะกลับไปตั้งหลักและหางานทำที่บ้าน พร้อมทั้งฝากข้อคิดเตือนใจถึงคนที่คิดจะทดลองยาเสพติดว่า ให้คิดถึงครอบครัวให้มาก เพราะหากหลงเข้าไปติดแล้วจะหาทางออกได้ยาก แต่หากติดไปแล้วก็อยากสนับสนุนให้เปิดใจเข้าสู่กระบวนการบำบัด เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีความสุข
ขณะที่ผู้บำบัดในวัย 28 ปี ได้เล่า การเดินทางมาเข้ารับการบำบัดในครั้งนี้เพราะแม่ต้องการให้เลิก ก่อนหน้านี้ตนเคยใช้ยาเสพติดมาประมาณ 3-4 ปี และเคยหักดิบเลิกได้ด้วยตัวเองสำเร็จนานถึง 2 ปี แต่สุดท้ายต้องหวนกลับมาใช้ยาและดื่มสุราอีกครั้งเนื่องจากความเครียดสะสมจากมรสุมชีวิต ทั้งการสูญเสียพ่อและการเลิกรากับภรรยา
“หลายพื้นที่หาซื้อยาเสพติดได้ง่าย ทำให้ต้องหันกลับไปใช้ยา ถ้าทำให้ยาเสพติดหายไปจากหมู่บ้านเชื่อว่าจะช่วยให้ผู้ติดยาเสพติดสามารถเลิกได้จริงและไม่กลับไปซ้ำรอยเดิมอีก” ผู้ติดยาเสพติดบอกถึงสถานการณ์ยาเพสติดในพื้นที่
บทเรียนจากศรีรัตนะสะท้อนให้เห็นว่า การบำบัดผู้ติดยาเสพติดให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่เรื่องของระยะเวลาหรือเทคนิคทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งครอบครัว ชุมชน สถานประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐไปพร้อมกัน หากมีการสนับสนุนงบประมาณที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น โมเดล “มินิธัญญรักษ์” แบบศรีรัตนะอาจเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยพาผู้ป่วยยาเสพติดกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน
/-/-



