สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่า แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันเปิดเผยกับสื่อหลายแห่ง ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มในอัตรา 7.5% จากข้อกล่าวหาเรื่องกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมล้นเกิน
หากมีการบังคับใช้จริง จะทำให้อัตราภาษีสินค้าจีนในสมัยรัฐบาลทรัมป์ชุดที่สองกลับมาอยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งเป็นระดับที่จีนเคยระบุว่า สอดคล้องกับข้อตกลงพักรบทางการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 10 พ.ย. นี้ และทั้งสองฝ่ายยังคงเจรจากัน
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า อัตราภาษีที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และรัฐบาลทรัมป์อาจประกาศอัตราที่สูงกว่านั้น แต่ระงับการเรียกเก็บภาษีส่วนอื่นทดแทนกัน เพื่อให้อัตรามีผลจริงอยู่ที่ 7.5%
The US is set to impose a 7.5% tariff on Chinese goods over allegations of excess manufacturing capacity before a planned summit between Xi and Trump next month https://t.co/w5Qx6NZrgj
— Bloomberg (@business) August 24, 2026
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ กำลังสอบสวนคู่ค้ารายใหญ่มากกว่า 12 ประเทศและดินแดน เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐ ฉบับปี 2517 เพื่อพิจารณาปัญหากำลังการผลิตล้นเกิน และหวังเผยแพร่ผลการสอบสวนดังกล่าว ก่อนทรัมป์และประธานาธิบดีสี มีกำหนดพบกันที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 ก.ย. นี้
อย่างไรก็ตาม นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า การสอบสวนประเด็นกำลังการผลิตล้นเกินอาจใช้เวลานานกว่าการสอบสวนเรื่องแรงงานบังคับ ซึ่งสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีจากจีนอีก 12.5% เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าจีนดำเนินการไม่เพียงพอ ในการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ ขณะที่จีนวิจารณ์มาตรการดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ประกาศมาตรการตอบโต้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



