สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่า การถอดซีเรียออกจากรายชื่อดังกล่าว ซึ่งโพสต์บนเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังสหรัฐ มีผลบังคับใช้หลังช่วงเวลาการตรวจสอบของสภาคองเกรส 45 วัน ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แจ้งต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา ถึงความตั้งใจที่จะยกเลิกการกำหนดชื่อ

“การดำเนินการเหล่านี้ทั้งหมดเกิดขึ้น เพื่อเป็นการยอมรับการดำเนินการเชิงบวกและความมุ่งมั่นเพิ่มเติมของรัฐบาลซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีอาเหม็ด อัล-ชารา ผู้นำซีเรีย ในการแยกซีเรียจากการก่อการร้ายระหว่างประเทศอย่างสมบูรณ์” นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์

ด้านนายอาซาอัด อัล-ไชบานี รมว.การต่างประเทศซีเรีย กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลดามัสกัสหวังว่าการกำจัด “อุปสรรคสุดท้าย” จะช่วยเชื่อมต่อซีเรียเข้ากับระบบการเงินและเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง รวมถึงเพิ่มการลงทุน ส่งผลให้ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ต่อการลงทุน การดำเนินธุรกิจ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจในซีเรียอีกต่อไป

อนึ่ง ซีเรียอยู่ในรายชื่อรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย นับตั้งแต่ปี 2522 เมื่อรัฐบาลวอชิงตันกล่าวหาว่า รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีฮาเฟซ อัล-อัสซาด ให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งการกำหนดชื่อดังกล่าวคงอยู่ตลอดการปกครองของอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งถูกโค่นล้มโดยกลุ่มกบฏที่นำโดยชารา ในเดือน ธ.ค. 2567

กระนั้น ทรัมป์แจ้งต่อสภาคองเกรสถึงการตัดสินใจของเขา หลังการพบหารือกับชาราในกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยทรัมป์บอกกับชาราในจดหมายว่า เขาสัญญาว่าจะ “กำจัดอุปสรรคทั้งหมด” ที่ขัดขวางการฟื้นฟูซีเรีย อีกทั้งการถอดซีเรียออกจากรายชื่อครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นหลังการเจรจานานหลายเดือน ระหว่างรัฐบาลดามัสกัสกับรัฐบาลวอชิงตัน เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศของซีเรีย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS