วานนี้ (17 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุสุดสยองในภูมิภาคคราสโนยาร์สก์ของรัสเซีย เมื่อหมีป่าลอบเข้าชุมชนและฉุดลากคุณแม่ลูกแปดวัย 66 ปี ออกทางหน้าต่างห้องนอนขณะที่เธอกำลังหลับ จากนั้นก็ขย้ำเธอจนเสียชีวิต นับเป็นเหยื่อรายล่าสุดของสถานการณ์หมีบุกทำร้ายคนในชุมชนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงเมื่อวันพุธว่า ลุดมิลา โปรโคเฟียฟนา วัย 66 ปี ถูกหมีป่าจู่โจมและลากตัวออกจากเตียงนอนกลางดึก ขณะที่เพื่อนของเธอที่นอนอยู่ในห้องเดียวกันกลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งพบร่างที่ถูกทำร้ายอย่างน่าสยดสยองอยู่ห่างจากบ้านพักในหมู่บ้านแวร์คนีย์ เคเบช กว่า 15 เมตร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนยังพบรอยเล็บหมีที่บริเวณหน้าบ้านพักอีกด้วย
รายงานท้องถิ่นเผยว่า หมีตัวดังกล่าวยังย้อนกลับมายังจุดเกิดเหตุในวันถัดมา ก่อนจะถูกกลุ่มพรานล่าสัตว์ยิงสังหารในที่สุด
เหตุการณ์สลดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเหตุการณ์สุดโหดในทำนองเดียวกัน โดยหญิงชราวัยเกษียณสองรายถูกหมีจู่โจมสังหารและฉีกร่างในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงขณะที่พวกเธอออกไปเก็บเห็ดในป่า ส่งผลให้ภูมิภาคคราสโนยาร์สก์ต้องประกาศล็อกดาวน์ในเวลาต่อมา โดยคาดว่าหมีได้ฆ่าและหมกศพเหยื่อรายแรกไว้ ก่อนจะทำร้ายเหยื่อรายที่สองที่บังเอิญเดินเข้ามาใกล้จุดเกิดเหตุ

ปัจจุบัน รัสเซียเผชิญเหตุหมีทำร้ายคนแล้วราว 20 ครั้งนับตั้งแต่ต้นปี โดยสื่อรัฐบาลรายงานว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว มีผู้เสียชีวิตจากหมีป่าในไซบีเรียแล้วอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของรัสเซียเปิดเผยว่า ประชากรหมีน้ำตาลในประเทศเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 จนแตะระดับ 307,000 ตัวในปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม สเนซานา โกโรลโยวา หญิงสาววัย 29 ปี เพิ่งถูกหมีลากออกจากเต็นท์ไปขย้ำจนเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าระหว่างตั้งค่ายพักแรมกับคู่หมั้นในเทือกเขาอัลไต หลังจากเธอเพิ่งตอบรับคำขอแต่งงานของเขาเพียงหนึ่งวัน
บรรดาผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การที่หมีป่าปรากฏตัวและรุกรานเขตชุมชนบ่อยครั้งขึ้น เป็นผลมาจากการขาดแคลนแหล่งอาหารตามธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้อย่างหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยปกติแล้ว หมีไซบีเรียสีน้ำตาลเหล่านี้จะกินพืชเป็นอาหารหลัก เช่น ถั่ว ลูกเบอร์รีต่างๆ และเห็ด แต่ก็จัดว่าเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : thesun.co.uk
เครดิตภาพ : Josef Stückel from Pixabay



