สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า กระแสคาดเดาเกี่ยวกับสุขภาพของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แพร่สะพัดบนสื่อสังคมออนไลน์อีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่คลิปจากการประชุมสุดยอดบริกส์ ที่กรุงนิวเดลีของอินเดีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


มีการตีความเหตุการณ์หลายช่วงของการประชุมว่า สีอาจมีอาการผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าว


ต้นตอของข่าวลือส่วนหนึ่งมาจากโพสต์ของนายเซี่ย ว่านจวิน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวจีนในต่างประเทศ ซึ่งอ้างว่า สีหมดสติระหว่างการประชุม และต้องเดินทางกลับกรุงปักกิ่งด้วยเที่ยวบินพิเศษเพื่อรับการรักษา นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่าเขาเดินไม่มั่นคงขณะขึ้นบันไดเครื่องบิน แต่ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ หรือคำยืนยันใดจากรัฐบาลปักกิ่ง


คลิปที่เผยแพร่จากสนามบินในวันกลับ แสดงให้เห็นว่าผู้นำจีนเดินขึ้นบันไดเครื่องบินได้ด้วยตนเอง และเดินทางออกจากอินเดียตามกำหนดการเดิม ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการยุติภารกิจอย่างเร่งด่วนเพื่อกลับไปรักษาตัวตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนท่าทางหรือจังหวะการเดินที่ปรากฏในคลิปเพียงช่วงสั้น ๆ ไม่เพียงพอที่จะใช้วินิจฉัยภาวะสุขภาพของบุคคลได้


อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ถูกเชื่อมโยงกับข่าวลือ เกิดขึ้นระหว่างคำกล่าวเปิดการประชุมของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ซึ่งโมดีหยุดพูดชั่วครู่ ก่อนหันไปทางสีและถามว่า “โอเคไหม” ซึ่งบางฝ่ายตีความว่า โมดีกำลังสอบถามอาการของผู้นำจีน


อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาบริบทของคลิป เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหูฟังหรืออุปกรณ์แปลภาษาของสี มากกว่าจะเป็นการสอบถามเรื่องสุขภาพ โดยเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ใกล้เคียงเข้ามาตรวจสอบอุปกรณ์ ก่อนที่สีจะพยักหน้าและโมดีแถลงต่อ เหตุการณ์สั้น ๆ นี้จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าสีมีอาการป่วยระหว่างการประชุม


นอกจากนี้ การที่ผู้นำจีนไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในเวลาต่อมายิ่งทำให้เกิดการคาดเดา แต่มีรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ผู้นำจีนอาจเพียงรู้สึกเหนื่อยและกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม ไม่ได้มีการเปิดเผยว่าต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินหรือมีปัญหาสุขภาพร้ายแรง


จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ จึงยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่า ผู้นำจีนหมดสติ เป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือถูกนำตัวกลับจีนเพื่อรักษาพยาบาลฉุกเฉิน สิ่งที่ยืนยันได้จากภาพคือ สีเข้าร่วมทุกกิจกรรมสำคัญของการประชุมบริกส์ครั้งนี้ และเดินทางกลับตามกำหนด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS