เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 16 ก.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารับทราบรายงานผลปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และพ.ศ. 2568
โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และสส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงว่า หลายคนวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของ กกต. เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ผมก็มีคำถามใหญ่ๆ 2 ประเด็นถามถึง กกต. 1.มีสมาชิกได้พูดโน้มน้าวให้สังคมเชื่อมา 2 ปีแล้ว บางคน บางพรรคเพิ่งจะมารู้สึกเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว แต่พวกผมในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ถูกล่าวหาเรื่องนี้มาถึง 2 ปีแล้วว่า เข้าไปร่วมกระบวนการฮั้ววงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และพาดพิงว่าการฮั้วเกิดจากพรรคผม โดยมีกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดอยู่ในกระบวนการ กกต.เชื่อหรือไม่ว่ากระบวนการนี้มีจริง
ผมสงสัย ที่ กกต.ลงมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย. หาก กกต.ทั้ง 7 คนเชื่อตามสำนวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ว่ามันมีกระบวนการฮั้วอยู่จริง ทำไมการลงมติของ กกต. 7 คนที่แยกเป็น 7 ข้อกล่าวหา ไม่มีการลงมติแบบก้อนใหญ่ ไม่มีการลงมติว่ามันมีกระบวนการฮั้วหรือไม่ มีแต่ลงมติเป็นรายบุคคลจากการสอบรายบุคคลเพราะเหตุใด นั่นหมายความว่า กกต.ทั้ง 7 คนไม่เชื่อว่ามีกระบวนการฮั้ว
เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แจ้งไปยัง กกต.ว่าคดีฮั้ว สว.มีมูล ให้ กกต.นำไปดำเนินการ แต่ กกต.ไม่รับ เพราะคดีนี้เป็นคดีเลือกตั้ง ไม่ใช่หน้าที่ดีเอสไอ ดีเอสไอกลับไปประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษตั้งข้อกล่าวหาอั้งยี่ ฟอกเงิน เพื่อลากมาเป็นคดีพิเศษให้ได้ในวันที่ 6 มี.ค. 68 ขอถามว่าดีเอสไอใช้อำนาจอะไรในการทำคดีนี้ ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ตัวเอง คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร ทั้งที่ 25 ชุดก่อนหน้านี้ของ กกต.มีอยู่แล้ว ก็ดำเนินการไป ซ้ำยังไปดึงดีเอสไอเข้ามาอยู่ในคณะอนุฯ ชุดที่ 26 จำนวน 3 คน ซึ่งเป็น 3 คนที่เคยส่งเรื่องให้ กกต. เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 68 แล้ว กกต.ไม่รับ ก็พยายามที่จะเอาสำนวนที่ไม่ชอบเขามายัดไว้ในชุดที่ 26 เพื่อสร้างภาพให้เห็นว่ามันมีกระบวนการฮั้ว สว.
กรณีที่มีพยาน 1 ปากกลับคำให้การในชั้นการสอบพยาน เพราะมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปข่มขู่เขาว่าเป็น 1 ในผู้ถูกกล่าวหา หากไม่ให้ความร่วมมือกับ กกต. หรือดีเอสไอ จะต้องได้รับโทษ แล้วก็ไปสร้างเรื่องให้พยานปากนั้นไปให้การแบบหนึ่งแบบใดที่เป็นการใส่ร้ายพวกผม ท่านสังเกตหรือไม่ว่า ทำไมมีการกล่าวหาเฉพาะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย เพราะจุดประสงค์ต้องการให้พรรคเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แล้วปลายทางสุดท้ายคือนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทย ผมต้องถามดังๆ ไปที่ กกต. ว่าท่านเคยสังเกตกระบวนการแบบนี้หรือไม่ ว่ามันมีกระบวนการพยายามใส่ร้ายป้ายสีพวกผม
พยานที่กลับคำให้การคนดังกล่าวมีชื่อว่านายเอกรินทร์ ดอนดง เป็นหน้าห้องของผู้สมัคร สว.จังหวัดสมุทรปราการรายหนึ่ง ผู้สมัครรายนี้ไม่ได้รับเลือกตั้ง เคยเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ สุดท้ายเป็นผู้ร้อง ผมสงสัยว่าเอาลูกน้องตัวเองมาสอบสวน แล้วบังคับขู่เข็ญให้พยานให้การอย่างที่ตัวเองต้องการให้เห็นภาพ สร้างภาพปีศาจว่ามันมีกระบวนการ สว. คนดังกล่าวที่สอบตก เป็นนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกับผู้มีอำนาจท่านหนึ่งในขณะนั้น มันเป็นกระบวนการที่ตั้งใจใส่ร้ายพวกผม แล้วมีธงว่าจะต้องยุบพรรคภูมิใจไทย
ส่วนคำถามประเด็นที่ 2.เรื่องโพย กกต.เคยสงสัยหรือไม่ว่าโพยนี้มันถูกส่งให้ถึงมือตอนเลือกตั้ง สว.เสร็จแล้วทั้ง 200 คน กกต.เคยดูหรือไม่ว่าโพยนี้เป็นของจริงหรือปลอม กกต.มั่นใจได้อย่างไรว่าโพยนี้เกิดขึ้นในสนามเลือกตั้ง เพราะผู้ร้องที่นำไปยื่นก็บอกว่าเก็บได้ในห้องน้ำ บนพื้น หน้าที่ประชุม ผมสงสัยได้หรือไม่ว่าโพยนี้ทำขึ้นมาหลังจากที่ได้ สว.ทั้ง 200 คนแล้วค่อยมาใส่เลขกันทีหลัง ใส่เข้าไปให้เหมือนๆ กันสัก 40-50 โพย มันก็เป็นพยานหลักฐานที่ทำให้ท่านเชื่อได้ว่า แล้ว กกต.สงสัยหรือไม่ ผมทนมา 2 ปี ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา กกต.ให้ความเป็นธรรมกับพวกผมแค่ไหน.



