นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ดีอี โดย ไปรษณีย์ไทย ได้ พัฒนาระบบ ดิจิทัล โพสต์ ไอดี หรือ ดีไอดี ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบเดิมที่เป็นการเขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ไว้บนจ่าหน้าซอง หรือ กล่องพัสดุที่มีการส่งให้กลายเป็น คิวอาร์ โค้ด เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดส่ง โดยล่าสุเพร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ไปรษณีย์ไทย และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ พีดีพีซี เพื่อยกระดับความปลอดภัยของข้อมูล และให้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในระยะยาว

นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน ปณท ได้เริ่มทดลองใช้ ดีไอดี นำร่องกลับพนักงานกว่า 2.4 หมื่นรายแล้ว เพื่อเก็บข้อมูล ส่วนที่ต้องปรับปรุง ซึ่งผลตอบรับดีมาก ส่วนการเปิดให้ประชาชนใช้งานนั้น จะเริ่มได้ในไตรมาส 1 ของปี 70 โดยการให้บริการดังกล่าว ควบคู่กับการกำกับดูแลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในทุกการใช้บริการ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการผสานองค์ความรู้ของทั้งสององค์กรเพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไปรษณีย์ไทย และเตรียมความพร้อมในมาตรฐานที่ประชาชนสามารถเชื่อมั่นได้ ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทย จะยกระดับ ดีไอดี ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเปลี่ยนจากการระบุชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อแบบเต็ม เป็นรหัสจัดส่งดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับจุดจัดส่ง ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการจัดส่ง

ทั้งนี้ในอนาคตจะต่อยอดดีไอดี ไปสู่การใช้งานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ให้บริการในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลที่อยู่ของประเทศมีมาตรฐาน เชื่อถือได้ และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาดีไอดี ให้มีศักยภาพในการต่อยอดการใช้งานไปสู่การระบุพิกัดเพื่อสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งและวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความสะดวกของประชาชนและการไม่สร้างภาระในการใช้บริการ ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ ดีไอดี เป็นส่วนหนึ่งของการวางระบบข้อมูลที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว
“ในระยะต่อไป ไปรษณีย์ไทยมุ่งพัฒนา ดีไอดี ให้สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานในวงกว้างมากขึ้น ทั้งการเปิดให้ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสนับสนุนการยกระดับระบบการรับ-ส่งสินค้าให้มีมาตรฐานด้าน ความปลอดภัยของข้อมูลร่วมกัน รวมถึงการพัฒนา Address ID ให้สามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ประโยชน์กับบริการ ด้านต่าง ๆ ในอนาคต ไม่จำกัดเฉพาะการขนส่ง แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลดิจิทัลของประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินงานจะให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่เป็นภาระต่อผู้ใช้บริการ เพราะเป้าหมายของ ดีไอดี ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการจัดส่ง แต่คือการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยในอนาคต โดยให้ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ และได้รับประสบการณ์ที่ ปลอดภัย สะดวก และแม่นยำ” ดร.ดนันท์ กล่าว



