สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า นายโรดริโก ดูเตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ปรากฏตัวต่อหน้าศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) หรือศาลอาญาโลก ที่กรุงเฮก เป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือน นับตั้งแต่ถูกส่งตัวมาดำเนินคดีที่ศาลแห่งนี้ จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสงครามปราบปรามยาเสพติด
ดูเตร์เต วัย 81 ปี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระหว่างปี 2559-2565 ก่อนถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากข้อกล่าวหาว่าจัดตั้ง ให้เงินสนับสนุน และติดอาวุธแก่หน่วยสังหาร ซึ่งมุ่งเป้าไปยังผู้ค้ายาเสพติดและผู้เสพยา โดยถูกจับกุมและนำตัวมายังกรุงเฮก เมื่อเดือน มี.ค. 2568
ในการพิจารณาคดี ดูเตร์เตซึ่งผมยาวขึ้น สวมสูทสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาว ไม่ได้กล่าวอะไรต่อศาล แต่นั่งจิบน้ำอย่างเงียบ ๆ ก่อนลุกขึ้นโบกมือให้ครอบครัวซึ่งนั่งอยู่ในพื้นที่ผู้ชม
WATCH: Duterte attends ICC third status conference on crimes against humanity case | ANC pic.twitter.com/qY7roUg4Kx
— ABS-CBN News Channel (@ANCALERTS) September 16, 2026
ด้านผู้พิพากษาโจแอนนา คอร์เนอร์ ซึ่งเป็นประธานคณะผู้พิพากษา ขอให้ฝ่ายอัยการหาทางลดระยะเวลาการพิจารณาคดี ซึ่งมีกำหนดเริ่มในเดือน พ.ย. นี้ เนื่องจากอายุและสุขภาพของจำเลย
คอร์เนอร์กล่าวว่า การพิจารณาคดีควรดำเนินไปโดยเร็ว พร้อมขอให้ทุกฝ่ายจำกัดจำนวนพยานและมุ่งเน้นไปที่หลักฐานสำคัญ
ด้านทนายความของดูเตร์เตกล่าวว่า อัยการเปิดเผยหลักฐานจำนวนมหาศาล จนเป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบได้ทั้งหมดภายในเวลาที่มีอยู่ พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า หากจำเลยมีอายุน้อยและสุขภาพแข็งแรงกว่านี้ จะขอให้ศาลเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปอีก 6 เดือน
แม้รายละเอียดเกี่ยวกับอาการป่วยของอดีตผู้นำฟิลิปปินส์ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในศาล แต่ทนายความกล่าวว่า ลูกความมีภาวะถดถอยด้านการรับรู้ ซึ่งส่งผลต่อความจำและการใช้ชีวิตประจำวัน และไม่พร้อมสำหรับการพิจารณาคดี
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาไอซีซีมีมติเมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้ว่า สุขภาพของดูเตร์เตอยู่ในระดับที่สามารถติดตามกระบวนการพิจารณาคดีได้ และมีคำสั่งให้จำเลยมาปรากฏตัวต่อศาล แทนการเข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอจากสถานที่คุมขัง
หมายจับของไอซีซีระบุว่า ดูเตร์เตมีส่วนรับผิดชอบต่อปฏิบัติการที่เป็นวงกว้างและเป็นระบบ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตหลายพันรายระหว่างปี 2554-2562 ด้านอดีตผู้นำฟิลิปปินส์ยืนยันว่า เขาสั่งการให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันตัว และเคยกล่าวว่า พร้อม “ติดคุกจนตาย” หากนั่นหมายถึงการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากฟิลิปปินส์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



