วานนี้ (17 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวสุดแปลกจากประเทศโคลอมเบีย เมื่อพยาบาลสาวคนหนึ่งออกมาเปิดเผยว่าตัวเอง “แต่งงานกับรถเมล์” จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์
รายงานข่าวระบุว่า เยลิเน ลิซเบธ ปาติโญ พยาบาลวิชาชีพและนักร้องวัย 35 ปี จากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย ออกมาประกาศต่อสาธารณชนว่า เธอได้เข้าพิธีสมรสอย่างเป็นทางการกับ “รถเมล์ด่วนสาย 60” ซึ่งเป็นรถเมล์ประจำทางสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง โดยเธอมองว่ารถเมล์สายนี้คือ “รักแท้” ในชีวิตของเธอ
ปาติโญเปิดเผยว่า เธอมีภาวะหลงใหลเครื่องจักร (Mechanophilia) มาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ แม้ในชีวิตเธอจะเคยคบหาและมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่ความรู้สึกพิเศษที่มีต่อรถเมล์ไม่เคยหายไป จนกระทั่งเธอตกหลุมรักป้ายไฟและโครงสร้างของรถเมล์สาย 60 อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งนี้ เธอเน้นย้ำว่าไม่ได้รักรถคันใดคันหนึ่งของสายนี้เป็นการเฉพาะเจาะจง แต่รัก “อัตลักษณ์ของรถสาย 60” รถคันใดก็ตามที่เปิดป้ายไฟหมายเลขนี้ จะกลายเป็นคนรักของเธอทันที
ความหลงใหลนี้ทำให้เธอตัดสินใจจัดพิธีแต่งงานแบบลับๆ กับรถเมล์สายดังกล่าว มีการสวมชุดวิวาห์ สวมแหวนแต่งงานประดับมุก และทำเอกสารทะเบียนสมรสจำลองขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังไปสมัครงานเป็นพนักงานทำความสะอาดกะดึกในอู่รถเมล์ เพียงเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิด คอยเช็ดถู และสวมกอดประตูรถเมล์ในยามค่ำคืน รวมถึงเพิ่งไปสักรูปหน้ารถเมล์สายนี้พร้อมภาพวิหารประจำเมืองไว้บนลำตัวอีกด้วย


อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเสี่ยงต่อชื่อเสียง ประวัติการทำงาน และยอมถูกสังคมมองว่าเป็นคนประหลาด ด้วยการออกมาชูใบสมรสกับรถเมล์และเปิดตัวเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชน ไม่ใช่เพียงเพื่ออวดความรักสุดแปลกของเธอ แต่เป็นเพราะเธอกำลังหวาดกลัวว่า รถเมล์สายนี้กำลังจะโดนยกเลิกเส้นทางการให้บริการ
ปาติโญกล่าวว่า เธอได้รับแจ้งข่าวร้ายว่า เทศบาลเมืองและระบบขนส่งรถโดยสารมีแผนที่อาจจะ “ยกเลิกการเดินรถสาย 60″ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากกำลังจะมีการเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินสายใหม่ ความจริงข้อนี้สร้างความเจ็บปวดและทำให้เธอตกอยู่ในภาวะสิ้นหวังอย่างหนัก ทำให้เธอตัดสินใจใช้ความรักของเธอเป็นเครื่องมือในการต่อสู้
“ทุกสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ ทั้งการเสี่ยงเสียชื่อเสียง อาชีพการงาน และชีวิตด้วยข่าวนี้ การลงทุนสักลงบนร่างกาย การแต่งเพลงรักที่เตรียมจะปล่อยในเร็วๆ นี้ รวมถึงการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ทั้งหมดทำไปเพื่อเป้าหมายเดียว คือทำให้ ‘รถเมล์สาย 60’ กลายเป็นที่รักของประชาชนทุกคน เพื่อให้บริษัทขนส่งเห็นความสำคัญและทำใจยกเลิกเส้นทางนี้ได้ยากขึ้น” ปาติโญกล่าว
ปาติโญยังขอร้องไปทางองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กลุ่มคนที่ชื่นชอบสิ่งของ (Objectophiles) และประชาชนทั่วไป ร่วมกันแสดงความเห็นและล่าลายเซ็นสนับสนุนแคมเปญของเธอ โดยเธอขอเพียงแค่ให้มีรถเมล์ที่เปิดป้ายไฟหมายเลข “60” วิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางนอกเมืองหรือเส้นทางใดก็ได้ในโบโกตาต่อไป เพื่อรักษาหัวใจและสิ่งที่มีความหมายต่อการมีชีวิตอยู่ของเธอไว้
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : mirror.co.uk
เครดิตภาพ : yeliths_official



