สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่า การตัดครีบฉลาม หรือหูฉลาม จากปลาฉลามตัวเป็น ๆ และโยนซากกลับลงทะเล เป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกห้ามในพื้นที่ส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ยังคงเกิดขึ้นอยู่ เนื่องจากความต้องการในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรือจีนลำดังกล่าวอยู่ในกลุ่มเรือ 4 ลำที่ถูกยึด ในการปราบปรามการสอดแนมของ 11 ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างวันที่ 3-14 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยยามชายฝั่งของสหรัฐในบางพื้นที่ และเครื่องบินทหารของออสเตรเลีย แต่ถึงอย่างนั้น คิริบาตีดำเนินการโดยใช้เรือลาดตระเวนของตนเอง

ด้านเจ้าหน้าที่ทอม เรดเฟิร์น ผู้บัญชาการตำรวจน้ำของคิริบาตี กล่าวว่า เรือจีนลำนี้ได้รับอนุญาตให้เดินเรือในน่านน้ำของคิริบาตี แต่ถูกตำรวจน้ำของประเทศเข้ายึด หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบครีบฉลามบนเรือ และเรือถูกนำกลับไปยังเกาะคริสต์มาส เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ คิริบาตีมีเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีแซด) ครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทร 3.5 ล้านตารางกิโลเมตร และได้รับความสนใจจากบริษัทของรัฐบาลจีน นับตั้งแต่การเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการทูตจากไต้หวันในปี 2561

อย่างไรก็ตาม การตัดครีบฉลามเป็นสิ่งต้องห้ามทั่วภูมิภาคแปซิฟิก โดยนายแอนดรูว์ ชิน นักวิจัยด้านการประมง จากมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก ของออสเตรเลีย กล่าวว่า การตัดครีบฉลามนำไปสู่ “การลดลงอย่างมาก” ของจำนวนประชากรฉลาม ส่งผลให้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดในมหาสมุทรแปซิฟิก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES