เมื่อวันที่ 26 ส.ค.นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ระดมกำลัง “อาชีวะอาสา” ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง โดยความคืบหน้าการดำเนินงานของศูนย์ Fix it Center อาชีวะอาสา ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดน่าน นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติภารกิจเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะนี้มีสถานศึกษาอาชีวศึกษาเข้าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนร่วมภารกิจแล้ว 22 แห่ง จากหลายจังหวัดในภาคเหนือ ทั้งน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย เชียงราย พิษณุโลก และพะเยา รวมระยะเวลาดำเนินการสะสม 6 วัน ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 14 จุดในจังหวัดน่าน โดยได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) รวม 26 ศูนย์

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า จากข้อมูลสรุปผลการดำเนินงาน พบว่า ทีมอาชีวะอาสาสามารถจัดทำอาหารและน้ำดื่มช่วยเหลือประชาชนแล้วรวม 9,271 กล่อง และแจกจ่ายน้ำดื่ม 1,252 ขวด ด้านงานซ่อมบำรุง มีประชาชนลงทะเบียนขอรับบริการซ่อมแล้ว 3,331 คัน/ชิ้น ดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ 2,216 คัน/ชิ้น แบ่งเป็น รถยนต์ 13 คัน รถจักรยานยนต์ 800 คัน เครื่องใช้ไฟฟ้า 1,585 ชิ้น เครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ 599 ชิ้น และตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านแล้ว 16 หลัง ขณะที่ยังมีงานรอดำเนินการซ่อมอีก 1,115 คัน/ชิ้น ซึ่งทีมช่างอาชีวะจะทยอยดำเนินการให้แล้วเสร็จตามลำดับ

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า หากคิดเป็นมูลค่าความช่วยเหลือที่ทำให้ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม จากการประมาณการเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,161,900 บาท แบ่งเป็นค่าซ่อมรถยนต์ 7,800 บาท ค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ 440,000 บาท ค่าซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า 554,750 บาท ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ 149,750 บาท และค่าตรวจสอบระบบไฟฟ้า 9,600 บาท ซึ่งถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สอศ. ได้กำชับให้สถานศึกษาในพื้นที่ติดตามความต้องการของประชาชนอย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์มายังส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดสรรกำลังคนและอุปกรณ์เป็นไปอย่างเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ โดยศูนย์ Fix it Center อาชีวะอาสาทั้ง 26 ศูนย์ จะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและสามารถซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะที่ยังค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ โดยยึดหลักความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนเป็นสำคัญ