บรรยากาศในพิธีฌาปนกิจของอดีตพระเอกและพิธีกรสายลุยผู้ล่วงลับ “เร แม๊คโดแนลด์” ณ วัดยาง พระอารามหลวง เป็นไปด้วยความอาลัยและอบอุ่นอย่างยิ่ง โดยนอกจากครอบครัวและเพื่อนสนิทแล้ว ยังมีทีมงานภาพยนตร์ในความทรงจำเรื่อง “หนีตามกาลิเลโอ” นำโดยผู้กำกับ “ต้น-นิธิวัฒน์ ธราธร” พร้อมด้วย 2 นางเอกสาว “เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ” และ “ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ” เดินทางมาร่วมส่งพี่ชายสุดที่รัก พร้อมทำป้ายข้อความชูระลึกถึงเรเพื่อแสดงความรักเป็นครั้งสุดท้าย

โดย ต้น นิธิวัฒน์ ได้ย้อนเล่าความทรงจำว่า “วันที่ได้ร่วมงานกับเร เรื่องหนีตามกาลิเลโอ พระเอกทำไมต้องเป็นคนนี้ จริงๆ เรเป็นนักแสดงที่ผมอยากร่วมงานด้วยมาก่อน เป็นเหมือนสัญลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง มีความอิสระ และเป็นคนที่กล้าคิดกล้าทำ แล้วมีแนวทางเป็นของตัวเอง ซึ่งอันนี้ตรงกับตัวละครอย่างตั้ม ในกาลิเลโออย่างมาก ตอนเขียนบทก็เลยรู้สึกว่ามันต้องเรเท่านั้น ก็อยากร่วมงาน แล้วก็อยากชวนเรมาเล่นตั้งแต่ตอนนั้นอยู่แล้ว แล้วทุกประโยคที่ออกจากปากเขา มันมีความเป็นตัวละครตัวนี้อย่างแท้จริง

ตอนที่ผมเขียนผมนึกไม่ออกเลยว่า ใครจะสามารถพูดประโยคเหล่านี้แล้วออกมาสามารถเชื่อได้ว่าเขามีความเป็นตัวของตัวเอง เพราะคิดที่จะทำอะไรก็ทำ ผมคิดว่าสิ่งนี้มันคือตัวของเขาและคือตัวละครที่ไปด้วยกันอย่างดีมาก แล้วก็ก่อนที่จะติดต่อให้มาเล่นหนังเรื่องนี้ ผมเป็นแฟนคลับพี่เรนะครับ ผมโตมากับเร แม๊คโดแนลด์ คนในเจนเนอเรชันผมคือ เห็นเขามาตั้งแต่เป็นพิธีกร เป็นนักแสดง ดูหนังที่เขาเล่น ผมก็เป็นคนหนึ่งที่รู้จักเขาในมุมของความตัวตนของคนที่ผมบอกเมื่อกี้ พอถึงวันหนึ่งที่เรามีตัวละครแบบนี้ ก็ไม่ลังเลที่จะเลือกเขา

ก่อนและหลังที่จะร่วมงานกันถามว่าต่างกันยังไง ผมว่าเขาสนุก คือเป็นกันเอง แล้วเป็นนักแสดงที่มืออาชีพมากๆ เราอยากทำงานกับเขามานานแล้ว แต่พอทำงานด้วยกัน เขาให้เรามากกว่าที่เราเคยคิดไว้ด้วย ตัวละครหลายๆ อย่าง สิ่งที่เขาพูดออกมา มันเป็นตัวเขาเลย แทบจะไม่ต้องแก้อะไรเลย เพราะเป็นเรพูดเราก็เชื่ออยู่แล้ว แล้วเขาก็เหมือนเติมความมีชีวิตให้กับตัวละครตัวนี้มากขึ้นกับในสิ่งที่ผมคิดไว้ครับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้หลายคนระลึกถึงพี่เร ถามว่าอนาคตจะมีโปรเจกต์อะไรไหม ตอนนี้ยังไม่ได้คิด แต่ผมรู้สึกว่าตัวมันเองก็เป็นความทรงจำที่ดีของพวกเรา ในฐานะที่ทำงานร่วมกัน และมันสื่อสารความรู้สึกบางอย่างให้กับผู้ชมได้ ผมว่ามันก็เป็นความคลาสสิกของมัน ที่หลายคนจะจดจำเรในแบบของตัวเขา ก็อย่างที่บอกมันคือ บุคลิกของความเป็นเรจริงๆ ก็หวังว่ามันจะเป็น inspiration ให้กับใครหลายๆ คน ได้รู้สึกอยากออกมาเดินทาง อยากออกมาเป็นตัวของตัวเอง ได้ทำตามความฝัน แค่นี้มันก็เป็นความหมายที่ดีมากๆ แล้วครับ

ครั้งสุดท้ายที่เจอเร ผมจำได้เพราะผมเจอพร้อมเต้ย ตอนนั้น GDH กำลังมีโปรเจกต์ในการรวมหนัง หรือต้องไปถ่ายคลิปด้วยกัน รู้ว่าเรต้องไป ผมก็เลยอยากไปเจอเร ก็นานแล้วครับ ครั้งนั้นคือครั้งสุดท้าย ก็ตั้งใจจะไปเจอกัน (เต้ย: พวกเรายังคุยกันอยู่เลยว่าอยากมีรียูเนียนกาลิเลโอ) ก็คุยกันในช่วงกรกฎาที่ผ่านมา เพราะหนังเพิ่งเข้าไปเมื่อช่วงกรกฎา 17 ปีที่แล้ว ปี 52 คุยกันอยู่ว่าเดี๋ยวรียูเนียนกันสักทีดีกว่า แต่ต้องมารียูเนียนกันในวันนี้ แต่ผมรู้สึกว่าก็เป็นความตั้งใจที่จะมาส่งเรนะ

เราอยากเจอกัน เราอยากมีโอกาสได้พบปะ ช่วงเวลาไปถ่ายหนังด้วยกันมันพิเศษมาก คนมีอยู่แค่ 13 คน ทุกคนก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง ทำด้วยกัน อยู่ด้วยกัน มันเป็นเหมือนครอบครัวกันมาก มันเป็นกองถ่ายที่ไม่เหมือนกองถ่าย มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ สำหรับพวกเรา

วันนี้คงเป็นวันที่หลายคนเสียใจ ก็อยากจะบอกเรว่า พักผ่อนให้สบาย เดินทางปลอดภัย ผมว่าคุณเป็นแรงบันดาลใจที่ดีกับทุกคนอยู่แล้ว ทุกคนจะจดจำสิ่งนี้เสมอครับ

วันนี้ทีมงานก็มีการส่งพี่เร ทุกๆ ครั้งที่นึกถึงหนัง ก็จะมีภาพนี้อยู่เสมอ ผมยังจำภาพที่ถ่ายที่ต่างประเทศกันได้อยู่เลยว่าเราถ่ายกันยังไง แล้วยังมีคนไทยที่อยู่ที่นั่น เดินมาแล้วก็ยกมือจริงๆ ซึ่งมันพิเศษมากๆ เราเป็นคนไทยที่อยู่แปลกที่แปลกถิ่น เป็นภาษาไทย มีแค่คนไทยเท่านั้นที่จะเข้าใจสิ่งนี้ แล้วก็คนไทยเข้าใจสิ่งนี้จริงๆ มายกมือโบกมือทักทายพวกเราจริงๆ ข้อความที่เขียนมาก็ ใครรักพี่เรยกมือขึ้น แล้วก็ขอให้พี่เรเดินทางปลอดภัย”

เต้ย เผยว่า “พี่เขาเป็นพระเอกของเราคนแรกค่ะ ก่อนที่จะรู้จักพี่เร พี่เรก็เหมือนเป็นไอดอล คนที่เราชื่นชอบอยู่แล้ว พอมาได้ร่วมงานด้วย เขาคือคนที่เราเติบโตมา แล้วเห็นเขา แล้วได้ร่วมงานด้วย ก็ดีใจมากๆ เขาก็เป็นคนที่น่ารักมากๆ ค่ะ จนวันนี้เต้ยรู้สึกว่า เขาเป็นแบบอย่างเป็น inspiration ให้กับคนเจนเนอเรชันอย่างพวกเราจริงๆ เขาเป็นตัวของตัวเองมากๆ แบบที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ เขายังยืนหยัดที่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองรักมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นยังไงตั้งแต่วันนั้น ณ วันนี้จากที่เฝ้าดูเขาตามทีวีตามที่เห็นใน YouTube ก็ตาม เขาก็เหมือนวันนั้น

ในเรื่องของการแสดงตอนนั้นที่เล่นกับพี่เร หนูก็ไม่เข้าใจ พอเหมือนเราทำมาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าพี่เขาเก่งมากๆ เขาเรียลมากๆ การที่เขาเป็นนักแสดงด้วย และความเป็นตัวตนเขาด้วย เขาเป็น inspiration ของเต้ย แล้วเชื่อว่าคนที่อยู่ในเจนเนอเรชันเดียวกัน และน้องๆ ที่เพิ่งมาเห็นตอนนี้ด้วย ตอนที่ได้ร่วมงานกันคือเขาชิลมากๆ อย่างวันนี้ได้ฟังพี่ๆ เขาพูด คนที่อยู่กับเขาจะรู้สึกว่าไม่ต้องพยายาม คือเขาชิล

แล้วเวลามีใครมาถามว่าชอบนักแสดงชายคนไหน เราก็ตอบว่า เร แม๊คโดแนลด์ค่ะ เขาคือนักแสดงในดวงใจ ก็ชอบพี่เร ชอบสไตล์ของเขา แล้วเห็นสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องที่น่าทำตาม

ก็อยากจะบอกว่าพี่เรใช้ชีวิตได้คุ้มมากๆ ค่ะ ได้ทำตามในสิ่งที่พี่ฝันมากๆ แล้ว ก็ขอให้เดินทางต่อไป ค้นหาความหมายต่างๆ ที่พี่อยากค้นหาต่อไป ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันแล้วแต่เราก็ส่งใจให้พี่เสมอค่ะ”

ต่าย เผยว่า “การร่วมงานกับพี่เร เขาก็เป็นนักแสดงที่มีคุณภาพ เหมือนเล่นได้มาจากอินเนอร์จริงๆ เราไม่ต้องซ้อมอะไรกันเยอะ ถ่ายแล้วก็ผ่านเลย จริงๆ เราเติบโตมาพร้อมกับการเป็นแฟนคลับพี่เร เราก็จะรู้สึกว่าเขาเป็นไอดอลมานานแล้ว พอได้ร่วมงานด้วยก็รู้สึกว่าดีใจ วันนี้ก็อยากให้พี่เรไปอยู่ในภพภูมิที่ดี”