เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ภายหลังบริษัท เอเชีย เอรา วัน จํากัด หรือ AERA 1 (กลุ่ม ซี.พี.) ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญา ได้ส่งหนังสือมายัง รฟท. เพื่อขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ และ รฟท. ได้ทำหนังสือขอให้เอกชนพิจารณาถอนหนังสือดังกล่าว โดยล่าสุดว่า เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา ทางเอกชนได้ส่งหนังสือกลับมายัง รฟท. อีกครั้งเป็นรอบที่สอง เพื่อยืนยันที่จะขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา รวมถึงการหยุดเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่จะสิ้นสุดสัญญาการเดินรถในวันที่ 30 ก.ย.2569 ด้วย

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ในทางกฎหมายการส่งหนังสือดังกล่าวยังไม่ได้ทำให้สัญญาสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากการสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนมีเงื่อนไข และขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน โดยหลักเกณฑ์การสิ้นสุดสัญญา มีแนวทาง 4 กรณี ได้แก่ การที่คู่สัญญาตกลงยุติสัญญาร่วมกัน, การสิ้นสุดสัญญาโดยปริยายเมื่อครบสัญญา, การที่ศาลมีคำสั่งให้ยุติสัญญา และการบอกเลิกสัญญาโดยฝ่ายรัฐ ดังนั้นการที่เอกชนส่งหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง และ รฟท.ยังมีหน้าที่ต้องดำเนินการเจรจา และบริหารจัดการสัญญาให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยพยายามหาทางออกที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ และประชาชน ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องไม่เสียประโยชน์

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ได้มอบให้ รฟท. เจรจากับเอกชนในวันที่ 27 ส.ค.2569 เพื่อให้ได้ข้อยุติใน 2 ประเด็น ประกอบด้วย 1.การเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดย AERA 1 แสดงท่าทีมาว่าจะหยุดเดินรถ ขณะที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด(รฟฟท.) ก็มีความพร้อมที่จะสามารถเดินรถต่อได้ รวมถึงเอกชนรายอื่นก็มีความพร้อม แต่ในทางปฏิบัติ รฟท. มองว่าหาก AERA 1 ยังสามารถเดินรถต่อไปได้ในระหว่างที่เรื่องการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ยังไม่ยุติ ก็จะเป็นประโยชน์ ทำให้การเดินรถ และการให้บริการประชาชนเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งต้องหารือให้ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ต่อไป เนื่องจากสิทธิในการเดินรถยังผูกพันอยู่กับสัญญาร่วมลงทุนฯ
และ 2.การปรับลดงานโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน ในส่วนที่มีโครงสร้างทับซ้อนกับสัญญาที่ 4-1 โครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน และโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง Missing Link ในช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง บริเวณโรงพยาบาลรามาธิบดี โดย รฟท. จะดึงงานกลับมาสร้างเองก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับการก่อสร้างโครงการอื่น โดยเฉพาะรถไฟไฮสปีดไทย-จีน ที่ก่อสร้างยังล่าช้ามานาน 10 ปี หากยังไม่เร่งให้ได้ข้อยุติ จะยิ่งทำให้การก่อสร้างไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยการปรับลดงานให้เอกชนจะช่วยลดภาระทางการเงิน และลดความซับซ้อนของโครงการ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เอกชนยอมรับเงื่อนไข และดำเนินงานส่วนนี้ต่อได้ อย่างไรก็ตามข้อสรุปทั้ง 2 ประเด็นนี้ รฟท. จะเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC เพื่อประกอบการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาการร่วมลงทุนโครงการฯ ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ รฟท. ได้มีการเตรียมแผนงานรองรับกรณียกเลิกสัญญาการร่วมลงทุนโครงการฯ ไว้แล้ว เพื่อให้สามารถเดินทางเชื่อมต่อ 3 สนามบินได้อย่างสะดวก โดยเบื้องต้นจะเร่งพัฒนาโครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง (Missing Link) พร้อมทั้งจะก่อสร้างสายสีแดงต่อขยาย ช่วงหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา-สนามบินอู่ตะเภา โดยในการเชื่อมต่อ 3 สนามบินนั้น จะเป็นการใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง เดินรถเชื่อมสู่สนามบินอู่ตะเภา และเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร ที่ลาดกระบัง เพื่อใช้รถไฟฟ้าแอร์พอร์เรลลิงก์ เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ
ส่วนการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ แทน AERA 1 หากสิ้นสุดสัญญา ทาง รฟท. ได้หารือกับ รฟฟท. ในเบื้องต้นให้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินรถแทน AERA 1 แล้ว โดยทาง รฟฟท. ขอให้แจ้งล่วงหน้าก่อน 1 เดือน หรือประมาณวันที่ 1 ก.ย.2569 เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ก่อนทำหน้าที่ในการเข้าเดินรถต่อเนื่องจาก AERA 1 อย่างไรก็ตาม รฟฟท. ไม่มีข้อกังวลเรื่องการบริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพราะเคยบริหารโครงการนี้มาก่อนอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องใช้เวลาเตรียมบุคลากรด้วย



