น.ส.อริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มากกว่า 60% ยอมจ่ายเงินเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านจำนวนการเปิดฟีเจอร์เลือกใช้รถอีวี (Grab EV Rides) ที่เพิ่มขึ้นกว่า 35% เพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว ในปีนี้
แกร็บจึงได้อัปเกรดฟีเจอร์นี้ให้กลายเป็นบริการ Grab EV อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าได้โดยเฉพาะ ซึ่งเริ่มทดลองให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ Group Ride อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้โดยสารที่ไปทางเดียวกัน สามารถแชร์รถเพื่อเดินทางไปด้วยกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย โดยหลังทดลองเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ฟีเจอร์นี้ได้รับการ ตอบรับที่ดีมากในกลุ่มนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ แก๊งเพื่อนสายกิน-ดื่มที่มักจะเดินทางกลับบ้านด้วยกันในช่วงเวลา 19.00 – 23.00 น.

สำหรับ ฟีเจอร์ “Group Ride” พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเดินทางเป็นกลุ่ม โดยเปิดให้ผู้ใช้บริการสามารถเพิ่มจุดรับ-ส่งได้สูงสุดถึง 4 จุดในทริปเดียว โดยผู้ใช้บริการคนแรกที่เริ่มเรียกรถ (Host) จะสามารถแชร์ลิงก์การเรียกรถไปให้กับสมาชิกเพื่อนร่วมทางเพื่อใส่รายละเอียดสถานที่ที่ต้องการจะเดินทางไปได้โดยตรง
โดยฟีเจอร์นี้มีการใช้ AI ในการช่วยจัดลำดับเส้นทาง และคำนวณค่าโดยสารของผู้ร่วมทางแต่ละคนตามระยะทางจริง พร้อมเปิดให้เลือกชำระค่าโดยสารได้ 3 แบบ คือ ผู้สร้างกลุ่มหรือ Host ชำระแทนทุกคน หารค่าโดยสารเท่ากัน หรือแยกชำระตามสัดส่วนระยะทางของแต่ละคน ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากของการเดินทางเป็นกลุ่ม ทั้งการระบุจุดหมายปลายทางให้ถูกต้องและการจัดการค่าโดยสารระหว่างกัน นอกจากจะช่วยลดคาร์บอนจากคาร์พูลแล้ว ฟีเจอร์นี้ยังช่วยประหยัดค่าโดยสารได้สูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับการเดินทางคนเดียว

ขณะที่ Grab EV นั้น แกร็บเริ่มส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2563 โดยนอกจากจะสนับสนุนให้คนขับและไรเดอร์หันมาใช้รถ EV เพื่อให้บริการผ่านโครงการ GrabEV แล้ว ยังได้พัฒนาฟีเจอร์ Grab EV Rides เพื่อให้ผู้ใช้บริการแสดงความประสงค์ที่จะเดินทางด้วยรถ EV เป็นตัวเลือกหลักได้ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการกว่า 2.5 แสนคนเลือกใช้ฟีเจอร์นี้ และพื่อตอบสนองเทรนด์ Green Mobility ในปีนี้ แกร็บจึงได้เปิดตัวบริการ “Grab EV” เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าได้ตามต้องการ โดยได้นำร่องเปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี และภูเก็ต เป็นต้น



