เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กำชับตำรวจทุกสถานีในพื้นที่เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันเหตุและติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง หลังได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานด้านการข่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งอาจมีการจัดหารถยนต์และรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปใช้ในการก่อเหตุ
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเกิดเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยพบการก่อเหตุหลายรูปแบบ ทั้งลอบวางเพลิงสถานที่ราชการ รถยนต์ของทางราชการ ร้านสะดวกซื้อ โรงงานไม้ รวมถึงเสาสัญญาณโทรศัพท์ ตลอดจนทำลายกล้องวงจรปิด เผายางรถยนต์ โปรยตะปูเรือใบ และพ่นข้อความบนพื้นผิวถนน ส่งผลให้ทรัพย์สินของภาครัฐและเอกชนได้รับความเสียหาย

ผบก.ยะลากำชับเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจและจุดสกัดทั้ง 8 อำเภอ โดยเฉพาะเส้นทางในพื้นที่ อ.เบตง และ อ.เมืองยะลา ให้เพิ่มความละเอียดในการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย โดยเน้นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำอาวุธหรือสิ่งของที่อาจนำไปใช้ก่อเหตุเข้าพื้นที่ พร้อมตรวจสอบเอกสารประจำตัวของผู้เดินทางผ่านจุดตรวจตามมาตรการที่กำหนด
นอกจากนี้ ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบุคคลและยานพาหนะที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันบุคคลตามหมายจับหรือผู้ต้องสงสัยเข้ามาแฝงตัวหรือหลบซ่อนในพื้นที่ รวมทั้งกำชับทุกสถานีตำรวจติดตามข้อมูลข่าวสารและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ด้านหน่วยข่าวความมั่นคงประเมินว่า วันที่ 31 ส.ค. ซึ่งเป็นวันชาติของประเทศมาเลเซีย และตรงกับวันสถาปนากลุ่มเบอร์ซาตู อาจเป็นช่วงที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้เป็นโอกาสก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ โดยมีรายงานข่าวว่ามีการเตรียมการและอาจสั่งการให้แนวร่วมในพื้นที่ก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปใช้ในการก่อเหตุ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังทั้งก่อนและหลังวันดังกล่าว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้า รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย รวมถึงวัตถุที่ผิดปกติ ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเอง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ทันที เพื่อให้เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน
ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงยังคงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังวันที่ 31 ส.ค. เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากเหตุรุนแรงที่อาจกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน.



