สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ว่า รัฐบาลไต้หวันกล่าวว่า แผนการนี้ซึ่งมีระยะเวลาจนถึงปี 2574 ในการซื้อโดรนประมาณ 210,000 ลำ “ไม่สามารถรอได้” เนื่องจากสงครามในยูเครนและอิหร่าน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของอาวุธไร้คนขับในสงครามสมัยใหม่ ท่ามกลางภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากจีน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านได้ลงมติผ่านข้อเสนอของตนเอง ซึ่งมีมูลค่า 240,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 249,743 ล้านบาท) ในระยะเวลา 6 ปี โดยดึงมาจากงบประมาณประจำปี และกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปีไว้ที่ 40,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 41,625 ล้านบาท) แต่สามารถเพิ่มขึ้นได้หากจำเป็น

นายโช จุง-ไท่ นายกรัฐมนตรีไต้หวัน กล่าวว่า เขาต้องการพิจารณาว่าร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถูกผ่านไปแล้ว ตอบสนองความต้องการของประเทศชาติหรือไม่ และตอบสนองความต้องการต่าง ๆ สำหรับการพึ่งพาตนเองด้านการป้องกันประเทศ รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมโดรน และยานไร้คนขับโดยรวมหรือไม่

เขากล่าวว่า เราจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความต้องการ และความมั่นคงของชาติ

กระทรวงกลาโหมของไต้หวันแสดงความเสียใจที่แผนของรัฐบาลถูกปัดตก โดยกล่าวว่า แผนดังกล่าวได้รับการร่างขึ้นหลังการประเมินภายในอย่าง “ลึกซึ้ง” และการประสานงานกับประเทศพันธมิตรที่ไม่ได้ระบุชื่อ

นายเวลลิงตัน กู รมว.กลาโหมไต้หวัน เคยกล่าวไว้ว่า การกำหนดวงเงินใช้จ่ายประจำปีไว้ที่ 40,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาขีดความสามารถด้านการรบด้วยโดรนอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากกระทรวงวางแผนที่จะใช้จ่ายสำหรับโดรนในปี 2570 ไว้ที่ 42,100 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 43,808 ล้านบาท) เพียงปีเดียว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS