เมื่อวันที่ 28 ส.ค. พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.ชิษณุพงศ์ ไค่นุ่นสิงห์ สว.สส.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมกันจับกุมแก๊งตระเวนลักตัดสายไฟโซลาร์เซลล์ 3 ราย ดังนี้ 1.นายสุรศักดิ์ หรือบิว รัตนะ อายุ 35 ปี ชาว จ.นนทบุรี 2.นายกมลาสน์ หรือแบงค์ ฉัตรทัน อายุ 24 ปี ชาวเขตดินแดง กรุงเทพฯ และ 3.น.ส.ศิริลักษณ์ หรือฟ้า ศรีธัญรัตน์ อายุ 24 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยของกลาง เครื่องมือช่าง (คีมตัดสายไฟ ชนิดโลหะ) ด้ามสีน้ำเงิน-ดำ จำนวน 1 อัน, ไขควง ชนิดโลหะ ด้ามสีแดง จำนวน 1 อัน และโลหะทองแดง ม้วนเป็นก้อน จำนวน 24 ม้วน น้ำหนั่งชั่งรวมประมาณ 2.2 กิโลกรัม โดยจับกุมได้บริเวณเกาะกลางถนน อโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ (ช่วงปากซอยอยู่เจริญ) ต่อเนื่องกับร้านรับซื้อของเก่า “บริษัท ลี้เซี่ยงฮวด จำกัด” เลขที่ 535 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ (เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 เวลาประมาณ 20.00 น.)
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้รับข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพจ “บิ๊กเกรียน” แจ้งว่ามีเหตุลักทรัพย์ ตัดสายไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ บริเวณทางเดินเลียบคลองหลังตลาดนัดจ๊อดแฟร์ แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ พบร่องรอยการตัดท่อเอาสายไฟฟ้าตลอดทางเดินเลียบคลอง ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ จำนวนรวม 3 คน ร่วมกันตัดสายไฟฟ้า จนได้รับความเสียหาย รวมมูลค่าหลายแสนบาท

ต่อมาได้มี นายพชรพล เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดินแดงเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ตาม ปจว.ข้อ 17 ลงวันที่ 27 ส.ค. 69 เวลา 16.54 น. จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมกับลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคนเร่ร่อน ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง ซึ่งปัจจุบันพักอาศัยอยู่บริเวณเกาะกลางใต้สะพานข้ามแยกพระราม 9 ถนนอโศก-ดินแดง (ช่วงปากซอยอยู่เจริญ) จึงได้เดินทางไปตรวจสอบจนพบตัวชายไทย จำนวน 1 คน นอนอยู่บริเวณดังกล่าว และมีลักษณะตรงกับผู้ก่อเหตุที่ปรากฏตามภาพจากกล้องวงจรปิด จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อ นายสุรศักดิ์ หรือบิว
จากการสอบถามให้การยอมรับว่า ตนเองคือหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุลักลอบตัดสายไฟฟ้า บริเวณทางเดินเลียบคลองหลังตลาดจ๊อดแฟร์ จริง โดยหลังจากได้สายไฟฟ้าไป ได้นำไปปอกพลาสติกห่อหุ้มออก และนำทองแดงที่อยู่ภายในไปขาย นำเงินที่ได้มาแบ่งกับเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุอีก 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จึงได้นำตัวชายคนดังกล่าวมาสอบถามข้อมูลถึงเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง สืบสวนหาข่าว จนทราบว่าผู้ที่ร่วมก่อเหตุอีก 2 คน ได้กลับมายังบริเวณเกาะกลางใต้สะพานข้ามแยกพระราม 9 ถนนอโศก-ดินแดง (ช่วงปากซอยอยู่เจริญ) เจอตัวนายสุรศักดิ์ หรือบิว จึงได้เดินทางไปตรวจสอบยังบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง และพบกลุ่มคนชาย-หญิง จำนวน 2 คน คือ นายกมลาสน์ หรือแบงค์ และ น.ส.ศิริลักษณ์ หรือฟ้าเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพกล้องวงจรปิด ในวันเกิดเหตุให้กับทั้ง 2 คน ดู พร้อมกับให้การยืนยันบุคคลตามภาพกล้องวงจรผิดเป็นตนเองจริง และในวันดังกล่าว พวกตนทั้ง 2 คน ได้ร่วมกับนายสุรศักดิ์ หรือบิว ก่อเหตุลักทรัพย์ตัดสายไฟฟ้าจริง
ตรวจค้นพบเครื่องมือช่างครีมตัดสายไฟ ชนิดโลหะ ด้ามสีน้ำเงิน-ดำ ไขควง ชนิดโลหะ ด้ามสีแดง ของ นายกมลาสน์ หรือแบงค์ ซึ่งนายกมลาสน์ ให้การยืนยันว่า ในคืนวันเกิดเหตุ พวกตนทั้ง 3 คน ได้นำไปใช้ก่อเหตุลักทรัพย์สายไฟฟ้า บริเวณทางเดินเลียบคลองหลังตลาดนัดจ๊อดแฟร์จริง อีกทั้งยังให้การยอมรับว่า หลังจากได้สายไฟฟ้ามาแล้ว พวกตนได้นำไปปอกเปลือกหุ้มด้านนอกออกจนเหลือแต่โลหะทองแดง แล้วนำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าซอยประชาสงเคราะห์ 2 แขวงดินแดง เขตดินแดง และนายกมลาสน์ พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบยังร้านดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงร้านรับซื้อของเก่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ประสานข้อมูลให้เจ้าของร้านทราบจนเป็นที่เข้าใจดีแล้ว และยินยอมส่งมอบทรัพย์ที่ได้จากการก่อเหตุครั้งนี้ โลหะทองแดง ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประกอบเป็นพยานหลักฐานในคดี เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโลหะทองแดง ม้วนเป็นก้อน จำนวน 24 ม้วน น้ำหนั่งชั่งรวมประมาณ 2.2 กิโลกรัม
นายกมลาสน์ ให้การชี้ยืนยันว่า เป็นโลหะทองแดง ที่พวกตนได้มาจากการก่อเหตุลักตัดสายไฟฟ้า และนำมาปอกสายหุ้มออก แล้วจึงนำมาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าในเวลาต่อมาจริง
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา นายสุรศักดิ์ และ น.ส.ศิริลักษณ์ ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ส่วนนายกมลาสน์ แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร” นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวางดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



