นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หเปิดเผยหารือร่วมกับ นายเคาะลีล ยะอ์กูบ อัลคัยยาฏ  เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจาประเทศไทย  ว่า ประเทศไทยและบาห์เรนมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นมายาวนาน โดยในปีนี้จะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ในอนาคตเพิ่มเติม อีกทั้งขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหารสำหรับสินค้าเกษตรคุณภาพและอาหารฮาลาล ซึ่งไทยพร้อมจะเป็นแหล่งผลิตและส่งออกอาหารคุณภาพที่เชื่อถือได้เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ของบาห์เรน

ขณะเดียวกัน ฝ่ายบาห์เรนเห็นว่าประเทศไทยมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการเกษตร และได้เสนอความร่วมมือด้านการเกษตรครอบคลุมสาขาต่าง ๆ ด้านพืช ปศุสัตว์ สุขอนามัยสัตว์ และด้านอื่น ๆ โดยฝ่ายไทยยินดีพิจารณาโครงการความร่วมมือ โดยใช้กลไกความร่วมมือด้านการเกษตรที่ได้ลงนามไปเมื่อปี 2560 นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยบาห์เรนสามารถเป็นประตูและเชื่อมโยงการค้า-การลงทุนของไทยสู่กลุ่มประเทศ GCC และภูมิภาคตะวันออกกลาง ในขณะที่ฝ่ายไทยพร้อมเป็นประตูสู่อาเซียน (Gateway to ASEAN) ให้แก่บาห์เรนเช่นกัน

 “ภาคการเกษตรเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไทย ทั้งในมิติของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน ความมั่นคงทางอาหาร และการสร้างรายได้จากการค้าระหว่างประเทศโดยปัจจุบันรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการเกษตรให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะ “ครัวของโลก” ไทยพร้อมที่จะสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ของบาห์เรนด้วยการส่งออกสินค้าเกษตรมาตรฐานสูง สินค้าเกษตรนวัตกรรม และอาหารฮาลาลคุณภาพดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม”