สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายในห้องทำงานรูปไข่ว่า สหรัฐไม่ต้องการเจรจาหรือพบหารือกับอิหร่าน หลังทำเนียบขาวระบุว่า สหรัฐจะดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลเตหะรานต่อไป จนกว่าอิหร่านจะตัดสินใจเจรจาอย่างมีความหมาย

แม้ปฏิบัติการสู้รบหลักถูกระงับไปหลายสัปดาห์แล้ว แต่ข้อตกลงสันติภาพที่กว้างขึ้นหรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญ ยังคงมีความคืบหน้าน้อยมาก

อนึ่ง รัฐบาลเตหะรานตกอยู่ภายใต้การปิดล้อมทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงมีอำนาจและแทบไม่แสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบในการเจรจา ขณะเดียวกัน ทรัมป์ที่เผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ เลือกที่จะให้ความสำคัญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่การบังคับใช้อย่างเข้มงวดจะต้องดำเนินมาตรการกับประเทศคู่ค้าของอิหร่าน เช่น จีน และอินเดีย

ด้านกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ระบุว่า อัล-ธานี กล่าวระหว่างการเจรจากับนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และหัวหน้าคณะผู้เจรจาของอิหร่าน เรียกร้องให้กลับสู่การดำเนินการทางการทูตอีกครั้ง ตลอดจนหารือกับนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ พล.จ.โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน กล่าวกับ อัล-ธานี ว่ารัฐบาลเตหะรานจะโจมตีผลประโยชน์ทางทหารและเศรษฐกิจของสหรัฐ หากรัฐบาลวอชิงตันกระทำการ “ก่อกวน” ต่ออิหร่าน พร้อมกับเสริมว่า สหรัฐต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของอิหร่าน ก่อนที่รัฐบาลเตหะรานจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเงื่อนไขเหล่านั้นรวมถึงการยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน การชดเชย และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS