สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายในห้องทำงานรูปไข่ว่า สหรัฐไม่ต้องการเจรจาหรือพบหารือกับอิหร่าน หลังทำเนียบขาวระบุว่า สหรัฐจะดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลเตหะรานต่อไป จนกว่าอิหร่านจะตัดสินใจเจรจาอย่างมีความหมาย
แม้ปฏิบัติการสู้รบหลักถูกระงับไปหลายสัปดาห์แล้ว แต่ข้อตกลงสันติภาพที่กว้างขึ้นหรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญ ยังคงมีความคืบหน้าน้อยมาก
???????? Qatar Steps Up Iran Mediation Push as Al-Thani Presses Tehran to Return to Diplomacy
— Jewish Breaking News (@JBreakingNews) August 27, 2026
Qatar’s prime minister and foreign minister, Sheikh Mohammed bin Abdulrahman Al Thani, met Iranian Parliament Speaker Mohammad Bagher Qalibaf as Doha intensified its effort to pull the region… pic.twitter.com/WmjDALiVCi
อนึ่ง รัฐบาลเตหะรานตกอยู่ภายใต้การปิดล้อมทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงมีอำนาจและแทบไม่แสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบในการเจรจา ขณะเดียวกัน ทรัมป์ที่เผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ เลือกที่จะให้ความสำคัญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่การบังคับใช้อย่างเข้มงวดจะต้องดำเนินมาตรการกับประเทศคู่ค้าของอิหร่าน เช่น จีน และอินเดีย
ด้านกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ระบุว่า อัล-ธานี กล่าวระหว่างการเจรจากับนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และหัวหน้าคณะผู้เจรจาของอิหร่าน เรียกร้องให้กลับสู่การดำเนินการทางการทูตอีกครั้ง ตลอดจนหารือกับนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ พล.จ.โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน กล่าวกับ อัล-ธานี ว่ารัฐบาลเตหะรานจะโจมตีผลประโยชน์ทางทหารและเศรษฐกิจของสหรัฐ หากรัฐบาลวอชิงตันกระทำการ “ก่อกวน” ต่ออิหร่าน พร้อมกับเสริมว่า สหรัฐต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของอิหร่าน ก่อนที่รัฐบาลเตหะรานจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเงื่อนไขเหล่านั้นรวมถึงการยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน การชดเชย และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



