วันที่ 30 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ จ.อุทัยธานี สำรวจบรรยากาศร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังเหลือเวลาอีกเพียง 2 วัน ก่อนรัฐบาลจะเติมวงเงินให้ประชาชนใช้สิทธิ์ในรอบใหม่ วันที่ 1 ก.ย.นี้

ที่ร้านปิยะวัฒน์ มินิมาร์ท ร้านขายของชำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี พบว่าบรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าในช่วงปลายเดือนค่อนข้างเงียบเหงา ประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

นางจงกล นิ่มพระยา อายุ 61 ปี เจ้าของร้านปิยะวัฒน์ มินิมาร์ท เปิดเผยว่า หลังวงเงินโครงการไทยช่วยไทยพลัสในรอบที่ผ่านมาใกล้หมดลง บรรยากาศการจับจ่ายภายในร้านก็เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะนี้ทางร้านกำลังรอวันที่ 1 ก.ย. ซึ่งจะมีการเติมวงเงินรอบใหม่ โดยคาดว่าประชาชนจะออกมาใช้จ่ายกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงต้นเดือน

สำหรับการใช้สิทธิ์ในรอบที่ผ่านมา พบว่าประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าต่อเนื่องจนถึงประมาณกลางเดือน หรือราววันที่ 15 ส.ค. ก่อนที่การจับจ่ายจะเริ่มลดลงตามวงเงินที่เหลืออยู่

นางจงกล กล่าวต่อว่า สำหรับรอบใหม่นี้ ทางร้านไม่ได้สั่งสินค้ามาสต็อกเพิ่มเป็นพิเศษ แต่กลับเตรียมสินค้าไว้น้อยกว่าเดิมเล็กน้อย โดยเน้นจัดเตรียมสินค้าให้เพียงพอต่อการจำหน่ายภายในเดือนนี้ เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าในเดือนต่อไปจะมีประชาชนได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนเท่าใด

ประกอบกับทางร้านกังวลว่า หากมีการปรับหลักเกณฑ์และตัดสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมาก แล้วร้านสั่งสินค้ามาสต็อกไว้มากเกินไป อาจทำให้เกิดสินค้าค้างสต็อกและกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการได้

เจ้าของร้านปิยะวัฒน์ มินิมาร์ท กล่าวด้วยว่า อยากขอให้รัฐบาลชะลอการตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดี ขณะเดียวกันพื้นที่ จ.อุทัยธานี ยังประสบปัญหาฝนตกน้อย ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาบางส่วนไม่สามารถเพาะปลูกหรือทำนาได้ตามปกติ ทำให้ไม่มีผลผลิตและขาดรายได้

“ประชาชนส่วนใหญ่ที่มาใช้สิทธิ์เป็นกลุ่มเกษตรกรและชาวนา ซึ่งตอนนี้กำลังประสบปัญหาด้านการเงิน อยากให้รัฐบาลพิจารณาขยายระยะเวลาการให้สิทธิ์ออกไปก่อน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในช่วงที่ยังขาดรายได้”

นางจงกล กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนการปรับหลักเกณฑ์หรือตัดสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อยากให้รัฐบาลเลื่อนไปพิจารณาใหม่ในปีหน้า เพื่อให้ประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนยังคงได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และสามารถประคับประคองชีวิตผ่านช่วงเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวได้