สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่าสำนักงานจัดการภัยพิบัติของรัฐอุตตราขัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของอินเดีย สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบธารน้ำแข็ง และทะเลสาบธารน้ำแข็งทุกแห่งในพื้นที่ “อย่างละเอียด” หากพบสัญญาณหรือความเสี่ยงใด ให้รีบแจ้งทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมการป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์
#Nepal, #Tibet disasters put focus on #Uttarakhand's 13 vulnerable glacial lakes
— IndiaToday (@IndiaToday) August 29, 2026
Read: https://t.co/IuBy29NAyA pic.twitter.com/dUEBTlwSse
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทางการรัฐอุตตราขัณฑ์ เกิดขึ้นหลังพื้นที่ชายแดนระหว่างเนปาลกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน เผชิญกับภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการพังทลายของธารน้ำแข็งและดินบนภูเขาในบริเวณนั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 600 ราย และยังสูญหายมากกว่า 2,000 คน
ทั้งนี้ รัฐอุตตราขัณฑ์ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีความอ่อนไหวทางระบบนิเวศมากที่สุดของอินเดีย โดยมีทะเลสาบธารน้ำแข็งมากถึง 1,266 แห่ง ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของกระทรวงสิ่งแวดล้อมอินเดีย
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย กำลังละลายเร็วขึ้น เนื่องจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการละลายของธารน้ำแข็งและการละลายของชั้นดินเยือกแข็งถาวร ยังอาจทำให้พื้นที่ลาดชันบนภูเขาขาดเสถียรภาพ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มอย่างฉับพลัน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับการพัฒนาพื้นที่ซึ่งขาดการวางแผนอย่างเหมาะสม กำลังเพิ่มความถี่ ความรุนแรง และผลกระทบของภัยพิบัติในภูมิภาคนี้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



