“สมรรถนะที่สวนทางกับราคา” คำกล่าวนี้ ในอดีตนั้นมักจะเป็นเสียงตำหนิ และดูเหมือนว่าคนใช้รถในบ้านเราจะชาชินกับความรู้สึกที่ว่า “จ่ายไปมากมาย แต่ได้มาแค่นี้” มานานชนาดไหนก็จำไม่ได้แล้ว แต่กับรถของเราในวันนี้ มันมอบความรู้สึกใหม่ให้กับคำว่า “สมรรถนะสวนทางกับราคา” ที่เป็นเชิงบวกได้อย่างไม่เคอะเขิน นี่คือ เรื่องราวของ จีลี่ สตาร์เรย์ อีเอ็ม-อาร์! (Geely Starray EM-R)
สวัสดีวันหยุดในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม กับสารพันข่าวสารยานยนต์ไปกับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” เหมือนเช่นเคย เรื่องราวของเราในวันนี้คือรถที่เปิดตัวไปสดๆร้อนๆ โดยเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลก โดยเลือกเปิดในบ้านเราเสียด้วย นั่นก็คือ รถยนต์จากค่าย “จีลี่” (Geely) ที่จัดจำหน่ายโดยบริษัท “ธนบุรี นอยสเติร์น” (Thonburi Neustern) บริษัทในเครือธนบุรี

จุดเด่นของรถ สตาร์เรย์ อีเอ็ม-อาร์ ก็คือ มันเป็นรถคอมแพ็ก เอสยูวี (C-SUV) ที่ใช้เทคโนโลยี REEV หรือเทคโนโลยีเครื่องปั่นไฟ ที่ผสมผสานข้อดีของการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่มอบความเงียบและอัตราเร่งที่ฉับไว เข้ากับความสะดวกของเครื่องยนต์สันดาปที่ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าสำรองเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ สร้างความมั่นใจในการเดินทางไกล ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาจุดชาร์จระหว่างเดินทางไกล แต่สามารถชาร์จไฟเมื่อเดินทางถึงที่หมายได้เหมือนรถไฟฟ้าปกติ

พละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ามีมากถึง 218 แรงม้า และแรงบิด 262 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อหน้า ด้านเครื่องยนต์ที่ทำหน้าที่ปั่นไฟที่มีชื่อว่า “อีเอ็ม ซุปเปอร์ไฮบริด” (EM Super Hybrid)นั้นก็ติดตั้งอยู่ด้านหน้ารถเช่นเดียวกัน เป็นแบบ 4 สูบ 1.5 ลิตร เบนซิน (รองรับ อี20) ที่ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) สูงถึง 46.5% หรือพลังงานจากเชื้อเพลิง 100 ส่วน สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานกลได้ถึง 46.5 ส่วน (ปกติแล้วเครื่องสันดาปที่ใช้เชื้อเพลิง “เบนซิน” ทั่วไปมีประสิทธิภาพเชิงความร้อนเพียงแค่ 30-35% เท่านั้น ส่วน “ดีเซล” นั้นจะอยู่ในช่วง 35-40%) โดยความจุแบตเตอรี่นั้นอยู่ที่ 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งแบบไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางมากถึง 104.8 กิโลเมตร (NEDC) (วิ่งจริงแบบทั่วไปก็น่าจะระดับ 90 กิโลเมตร)
ส่วนถ้าใช้งานร่วมกับเครื่องปั่นไฟที่มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 51 ลิตรก็น่าจะวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตร เผลอๆได้ 900 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว ส่วนด้านสมรรถนะนั้น ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 8 วินาที กับความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนช่วงล่างนั้นก็เป็นไปตามมาตรฐานสมัยใหม่ คือกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และหลังแบบมัลติลิ้งค์

เรียกได้ว่า ผู้ที่ใช้เทคโนโลยี REEV นี้สามารถใช้ชีวิตได้ยืดหยุ่นกว่า ไม่ต้องปรับตัวมาก เมื่อเทียบกับคนใช้รถไฟฟ้าล้วน สามารถออกเดินทางไกลเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องมีการวางแผนการเดินทาง เพราะสามารถแวะปั้มน้ำมันได้เหมือนรถสันดาปทั่วไป หรือถ้าจะชาร์จไว (จำกัดกระแสไฟ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง) ก็ใช้เวลาเพียง 20 นาทีก็สามารถเติมไฟจาก 30-80% ได้เลย แต่ในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ก็สามารถชาร์จไฟที่บ้านในตอนกลางคืนได้ เรียกว่าในวันทั่วๆไป แทบไม่ต้องเติมน้ำมันเลยก็ได้เช่นกัน
ด้านรูปลักษณ์นั้นถือได้ว่าตามสมัยนิยม ไม่ล้าสมัยและไม่ล้ำสมัยจนเกินเหตุ ดูลงตัวสวยงามสบายตาเข้าใจง่าย ทั้งภายนอก และภายใจ เรียกว่าออกแบบมาได้ถูกใจมหาชนแน่นอน

แต่ที่ทำให้ “สมรรถนะสวนทางกับราคา” ก็คือ “ราคา” โดยรถรุ่นนี้ มีพิกัดตัวรถยาวถึง 4.74 เมตร กับฐานล้อยาวถึง 2.755 เมตร และกว้างถึง 1.905 เมตร อันเป็นพิกัดของรถขนาด C-SUV และทั้งหมดเป็นการนำเข้ามาทั้งคันแบบ CBU และเปิดตัวด้วยราคาช็อคตลาด แบบสวยๆไม่ต้องรอลุ้น ที่เปิดราคาเพียง 699,900 บาท! สำหรับรุ่นโปร (PRO) และ 799,900 บาท สำหรับรุ่น แม็กซ์ (MAX) ที่หรูหรากว่าด้วยเบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบเมมโมรี่ พร้อมระบบระบายความร้อนเบาะ รวมถึงหลังคากระจกเปิดปิดได้ พร้อมม่านไฟฟ้า และประตูฝาท้ายไฟฟ้า แถมยังมาพร้อมล้อแม็กลายสวยขนาด 19 นิ้ว (รุ่นโปร 18 นิ้ว)

เรียกว่าใหญ่ สวย หน้าตาดี แถมยืดหยุ่นต่อการใช้งาน ตามข่าวที่ได้รับมา ราคา 699,900 บาท นี้สงวนไว้สำหรับผู้ที่จองซื้อรถรุ่นนี้ 300 คันแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะปรับราคาเป็น 729,900 บาท ใครมองหารถในพิกัดราคานี้ ห้ามพลาดนะขอรับ!



