เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ “มหาหมี” รองประธานมูลนิธิฯ นายโกวิทย์ แสงสากล หรือ “ทนายบอย” ทนายความของวัดป่าอดุลยาราม และทีมงานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังลงพื้นที่และเข้ากราบนมัสการพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม
บรรยากาศบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาสมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอรับฟังการแถลงข่าว รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีพิพาทที่เกิดขึ้น จนเต็มพื้นที่บริเวณดังกล่าว
นายอนันต์ชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบคำให้สัมภาษณ์ของนายวรเดช ทายาทตาเฮียง พบว่ามีบางช่วงกล่าวถึงพระครูอดุลสารนิเทศในลักษณะว่า “มันไม่ได้เป็นพระครู ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส” ซึ่งทีมกฎหมายเห็นว่าเป็นถ้อยคำที่ไม่สมควร มีลักษณะดูถูก ดูแคลน และด้อยค่าพระสงฆ์
นายอนันต์ชัย กล่าวว่า หลังจากหารือกับ ดร.ประยุทธแล้ว เห็นควรให้โอกาสนายวรเดช เป็นเวลา 7 วัน เพื่อเดินทางมากราบขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศ เนื่องจากเห็นว่าถ้อยคำดังกล่าวไม่เหมาะสม และพระครูอดุลสารนิเทศเป็นพระภิกษุมาตั้งแต่ปี 2525 จึงควรได้รับความเคารพ ไม่ควรถูกดูถูก ดูแคลน หรือด้อยค่า
“หากนายวรเดชเข้ากราบขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศภายในกำหนด มูลนิธิจะไม่ดำเนินการใด ๆ แต่หากพ้น 7 วันแล้วยังไม่มา จะมอบหมายให้นายโกวิทย์เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เนื่องจากทีมกฎหมายได้ถอดเทปและรวบรวมถ้อยคำที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมดแล้ว” นายอนันต์ชัย กล่าว

นายอนันต์ชัย กล่าวอีกว่า ทีมกฎหมายมองว่าถ้อยคำบางส่วนอาจมีลักษณะเข้าข่ายการดูหมิ่นคณะสงฆ์ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และอาจเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเตือนว่าหากมีการดำเนินคดีในข้อหาที่ไม่สามารถยอมความได้ เรื่องอาจมีความรุนแรงและสร้างความยุ่งยากตามมา
“จึงฝากถึงญาติพี่น้องและเพื่อนของนายวรเดช หากได้พบหรือพูดคุยกัน ขอให้ช่วยแจ้งและประสานให้นายวรเดชเข้ากราบขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศภายในกำหนด” นายอนันต์ชัย กล่าว
ส่วนประเด็นสถานะของวัดป่าอดุลยาราม นายอนันต์ชัย กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานที่ดิน และกรมที่ดิน ได้มีการชี้แจงถึงสถานะของวัดว่าเป็นวัดโดยชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งมีหลักฐานเกี่ยวกับการตั้งวัด ตราตั้ง การขออนุญาต และประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรยุติได้แล้ว
นายอนันต์ชัย ยังฝากถึงทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยกล่าวว่า ขออนุโมทนาบุญกับทายาททุกคนที่ไม่ขัดข้องต่อการถวายที่ดินให้วัด ส่วนผู้ที่ยังเชื่อว่าที่ดินเป็นของทายาท ขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ
พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ากราบขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศ และดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้น



