เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงมีญาติธรรมและพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมาทำโรงทาน โดยเฉพาะคนในชุมชนวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งต่างนำวัตถุดิบคนละเล็กละน้อยมาร่วมจัดทำโรงทาน เพื่อแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่มาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับวัดและคณะสงฆ์ รวมทั้งญาติธรรมที่เดินทางมาที่วัดตลอดทั้งวัน
โดยเฉพาะเมนูส้มตำ ซึ่งเป็นอาหารอีสานประจำถิ่น เหล่าแม่ครัวรุ่นใหญ่ต่างร่วมกันสับมะละกอหลายลูกต่อวัน แต่วันนี้บรรยากาศเป็นพิเศษมากขึ้น เนื่องจากทุกคนต่างติดตามการแถลงข่าวและการไลฟ์สดของนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” รวมทั้งทีมทนายความ จากกรณีปมพิพาทที่ดินที่เกิดขึ้น
ชาวบ้านหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกสงสัยว่าหลักฐานเด็ดที่เตรียมนำมาเสนอคืออะไร นอกจากคำกล่าวอ้างเดิม ๆ และสำเนาใบแทนโฉนดที่มีการขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วนำมาอ้างถึง
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบุคคลที่ระบุว่าเป็นที่ปรึกษาผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ไม่รู้จัก และไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในชุมชน รวมถึงประเด็นเรื่องแหวนจำนวนมากที่มีการสวมใส่ติดนิ้ว
คุณยายเอี่ยม อายุ 82 ปี (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) กล่าวว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เมื่อครั้งเข้ามาอยู่อาศัยใหม่ ๆ พื้นที่บริเวณวัดป่าอดุลยารามยังมีสภาพเป็นป่าและพื้นลูกรัง แต่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวรับรู้กันว่าเป็นพื้นที่วัด และมีชาวบ้านจากหลายชุมชนโดยรอบเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน

โดยเฉพาะชุมชนสามเหลี่ยม ชุมชนสวรรค์ใหม่ และชุมชนไทยสมุทร รวมถึงชุมชนบริเวณริมทางรถไฟ ต่างเข้ามาใช้สถานที่ภายในวัด ซึ่งในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญกับชาวบ้านอย่างมาก โดยเฉพาะการช่วยเหลือครอบครัวที่ยากจนและผู้เสียชีวิตที่ไม่มีเงินจัดงานศพ
หลายครั้งเมื่อมีผู้เสียชีวิตและครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ ทางวัดและคนในชุมชนจะช่วยกันรวบรวมเงินคนละ 100–200 บาท บางครั้งรวมกันได้เป็นหลักพันบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจ
คุณยายเอี่ยม กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าช้าเดิมของชุมชน ก่อนที่จะมีการพัฒนาและตั้งเป็นวัดขึ้นมา โดยชาวบ้านจากหลายชุมชนมีส่วนร่วมกันดูแล และมีผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงผู้นำชุมชนในยุคนั้นเข้ามาช่วยดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ
“จากที่รับรู้มา วัดตราชูวนารามมีความเกี่ยวข้องกับการก่อตั้งวัดแห่งนี้ และต่อมาจึงมีการตั้งชื่อวัดป่าอดุลยารามขึ้นตามนามของหลวงปู่อดุล ขณะที่ในอดีตเคยมีพระหลายรูปเข้ามาพำนักและดูแลพื้นที่ ก่อนที่ภายหลัง พระครูอดุลสารนิเทศ หรือหลวงพ่อสุพัฒน์ จะเข้ามารับหน้าที่ดูแลวัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และใช้ชื่อหลวงปู่อดุลเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ท่านสร้างวัดสาขาตรงนี้ไว้ให้ชาวบ้านจากหลายชุมชนเข้ามาทำนุบำรุงศาสนา”

คุณยายเอี่ยม กล่าวต่อว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีชาวบ้านจากหลายชุมชนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาช่วยเหลืองานวัด ทั้งกรรมการวัดและมัคนายก เมื่อผู้สูงอายุคนเดิมอายุมากขึ้นหรือเสียชีวิต ก็จะมีคนรุ่นต่อมาเข้ามารับหน้าที่แทน โดยชาวบ้านแต่ละชุมชนจะช่วยกันพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาดูแลกิจการของวัด
ส่วนกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินวัดที่กำลังเกิดขึ้น ในฐานะชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มานาน ตนเชื่อมาตลอดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของวัดและเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้ร่วมกันมาหลายสิบปี โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่ ไม่เคยเห็นหลักฐานของทายาทตาเฮียงตามที่มีการกล่าวอ้าง นอกจากเอกสารสำเนาที่มีการนำมาจากสำนักงานที่ดินและนำมาแสดงในภายหลัง
“จากที่รับรู้และเห็นการใช้พื้นที่มาตลอดหลายสิบปี จึงไม่เชื่อว่าจะสามารถนำพื้นที่ดังกล่าวกลับไปเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลได้ และการที่ชาวบ้านจำนวนมากร่วมกันทำบุญ บริจาคเงิน และช่วยพัฒนาวัดมาอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ทุกคนทำด้วยความศรัทธา จึงอยากให้ข้อพิพาทยุติลง และให้ทุกฝ่ายยึดตามหลักฐานและกระบวนการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ”



