เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ โรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ คณะศิษย์เก่า นำโดย นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย นายประสงค์ ปาลลา ประธานชมรม STRONG ต้านทุจริตจังหวัดกาฬสินธุ์ นายประสิทธิ์ อาจบรรจง ส.อบจ.กาฬสินธุ์ (เขต อ.กมลาไสย) ฐานะศิษย์เก่า ได้เข้าบันทึกภาพเก็บหลักฐานความเสียหายเพิ่มเติม กรณี ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ตัดต้นไม้ถึงภายในโรงเรียนถึง 32 ต้น ก่อนหน้านี้ คณะศิษย์เก่ารุ่นเล็กรุ่นใหญ่ได้ออกมาแสดงสัญลักษณ์ชูป้ายประท้วงเรียกร้องให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย ออกมารับผิดชอบ พร้อมได้เข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย และ ตำรวจ สภ.กมลาไสย ให้ดำเนินคดีกับ ผอ.โรงเรียนพร้อมพวก ตามมาตรา 157 และในฐานความผิดอื่นเมื่อพบในภายหลัง

รายงานแจ้งว่าปรากฏหลักฐานในโลกโซเชียลได้มีการแชร์ภาพไปตามกลุ่มไลน์ ที่มีภาพชายฉกรรจ์และผู้หญิง ที่ระบุว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย ควบคุมการตัดไม้ร่วมกับพ่อค้าไม้ภายในโรงเรียน ที่มีศิษย์เก่าบันทึกเอาไว้ได้ ทั้งคลิปและภาพถ่าย ในช่วงวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ได้สร้างความมึนงง และตกใจต่อพฤติกรรมของ ผอ.ดังคนนี้ ที่ต่างพากันตั้งคำถามว่า จะตัดต้นไม้ของโรงเรียนไปเพื่ออะไร นอกจากนี้ในกลุ่มไลน์ศิษย์เก่าก็ได้มีการแชร์ภาพสภาพต้นไม้ในอดีตและปัจจุบันเปรียบเทียบพร้อมแสดงความรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ช็อกความรู้สึกของทุกคน

ศิษย์เก่าฮึ่ม! บุกร้องศูนย์ดำรงธรรม-แจ้งจับ ผอ. ตัดไม้อายุร้อยปี 23 ต้นเกลี้ยงโรงเรียน

นายประสงค์ ปาลลา ประธานชมรม STRONG ต้านทุจริตจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้น ทางชมรมสตรองจิตอาสาพอเพียงต้านทุจริต จ.กาฬสินธุ์ สังกัด ป.ป.ช.จ.กาฬสินธุ์ ได้ทราบข่าวทางสื่อและการประสานทางโทรศัพท์ ว่ามีการตัดไม้ในโรงเรียนกมลาไสย ก็ได้เข้ามาดู ซึ่งจุดไฮไลต์อยู่ที่การตัดไม้หวงห้าม เช่น ต้นสมอพิเภก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่และมีอายุมาก ที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร อายุไม่น้อยกว่า 100 ปี ทั้งนี้ ตนเคยอยู่ที่นี่หลายปี ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน คุ้นเคยกับต้นไม้ต้นนี้ดี ก็รู้สึกตกใจ จึงได้เข้ามาถามที่มาที่ไปว่า ได้ดำเนินการเป็นอย่างไร ปรากฏว่าจากการดูเอกสารแล้ว รู้สึกว่าอาจเป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ เช่น คนที่มาประชุมเพื่อความเห็นชอบ ไม่รู้ว่ามาครบองค์ประชุมไหม

“อีกประการหนึ่ง เมื่อดูในวาระระเบียบของคณะกรรมการสถานศึกษานั้น ระบุให้แค่การตัด แต่ง กิ่ง แต่ในหนังสือ ที่ส่งเข้าไปใน สพม.ไปยังเขต ซึ่งเขตไม่มีอำนาจอนุญาต เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าในการดำเนินการครั้งนี้ มีความผิดพลาดในเรื่องของการดำเนินการทางระเบียบ และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือไม่มีรายละเอียดในการประเมินมูลค่าของต้นไม้ที่ถูกตัดไป ตอนนี้ต้นไม้หาไม่เห็นเลย ขณะนี้ก็ไม่รู้ต้นไม้หายไปไหน รู้แค่ว่ามีการบริจาคเงินส่วนหนึ่งประมาณ 5-7 พันบาทเข้ามาโรงเรียน ซึ่งถ้ามูลค่าของต้นไม้กับเงินที่ได้รับบริจาคที่ผิดระเบียบ มันแตกต่างกันมาก ก็เข้าข่ายในเรื่องของการทุจริตในวงการราชการ เพราะฉะนั้น ทางชมรมสตรอง ทางโรงเรียน หรือหน่วยงานอื่นเห็นว่ามีความผิดปกติ ไม่ถูกต้อง ก็สามารถดำเนินการต่อไปทาง ป.ป.ช.ประจำจังหวัดได้” นายประสงค์ กล่าว

ด้านนายประสิทธิ์ อาจบรรจง สมาชิกสภาจังหวัด (ส.อบจ.) กาฬสินธุ์ เขต อ.กมลาไสย ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย กล่าวว่า รู้สึกเสียดายในส่วนที่ศิษย์เก่าได้เคยร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นที่จารึกให้กับตัวเอง ว่าในการที่ปลูกต้นไม้นี้ เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าและรักษาป่า รวมทั้งต้องการให้เป็นอนุสรณ์ของศิษย์เก่าทุกคน พอเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รู้สึกเสียใจมาก ซึ่งไม่ทราบว่าทางโรงเรียนมีเหตุอะไรบ้างในการตัดต้นไม้ ตัดแล้วเอาไม้ไปขายที่ไหน ไม้จำนวนนั้นมีราคาประเมินไหม มีใครมาประเมินไหม ในการที่เอาไม้ไปขาย ซึ่งเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งตนก็เคยเข้ามาร่วมประชุมด้วย โดยทางโรงเรียนก็รับว่าได้ทำข้ามขั้นตอนไปแล้ว คือความผิดเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งไม่รู้จะว่าอย่างไร ได้แต่รู้สึกเสียดาย อยากให้พัฒนามากกว่าที่จะมาทำลายต้นไม้

นอกจากนี้ รายงานว่า การเคลื่อนไหวกดดันที่เกิดขึ้นหลายทาง รวมไปถึงต้นสังกัดมัธยมศึกษา ล่าสุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาฬสินธุ์ ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย ไปช่วยราชการที่ สพม.กาฬสินธุ์ โดยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนร่องคำ มารักษาราชการผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย มีผลตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ด้านแหล่งข่าวระบุว่า การโยกย้ายครั้งนี้ถือว่าทาง สพม.กาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นได้รับรายงานตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการส่งเจ้าหน้าที่ของ สพม.กาฬสินธุ์ เข้าไปสืบสวนในทางลับที่ยอมรับว่ามีความผิดปกติเพราะสถานศึกษาหรือส่วนราชการถืออยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์ การตัดต้นไม้ในพื้นที่จะต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยังธนารักษ์พื้นที่ก่อน จากนั้น ธนารักษ์ก็จะทำหนังสือถึงอธิบดีกรมธนารักษ์เพื่อขออนุญาตเป็นรายๆ ไปตามเหตุจำเป็น แต่การขอไม่มี มีเพียงการขอมติที่ประชุมกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนกมลาไสยเท่านั้น แต่ในเอกสารรายงานก็ระบุไว้ว่าเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ ไม่ใช่การตัดออกไปทั้งต้นเช่นนี้

การที่ปรากฏภาพในวันที่มีการตัดต้นไม้ ยังพบ ผู้อำนวยการโรงเรียน ไปยืนพูดคุยกับพ่อค้าไม้ และมีการถ่ายภาพต้นไม้เอาไว้อีกหลายต้น ที่ตรงกันกับสิ่งที่ศิษย์เก่าเห็นการทำเครื่องหมายสัญลักษณ์กับต้นมะขามอายุ 30 ปีขึ้นไปถึง 18 ต้น กรณีนี้จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนและเรียกตัวพ่อค้าไม้มาสอบสวนเชื่อว่าจะได้ข้อเท็จจริง ทั้งนี้คณะศิษย์เก่า-สมาคมผู้ปกครองฯ จะติดตามผลการสอบสวนของ สพม.กาฬสินธุ์ รวมถึงผลการสอบสวนทางคดีอาญาและตามมาตรา 157 ที่ได้แจ้งเอาไว้ รวมถึงทางปกครองที่ต้องพึ่งพาศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย โดยเฉพาะนายอำเภอกมลาไสย ก็ขอให้ออกมาติดตามเรื่องนี้ให้กับประชาชนด้วย