สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่านายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์เงินเยนว่า ความเคลื่อนไหวในระยะนี้ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้


ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า สหรัฐยังไม่มองการอ่อนค่าล่าสุดของเงินเยนเป็นความผันผวนอย่างไร้ระเบียบ จนต้องร่วมกับญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดอีกครั้ง แม้เงินเยนอ่อนค่าหลุดระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดมองว่าอาจเพิ่มความเป็นไปได้ในการเข้าแทรกแซงค่าเงิน


ทั้งนี้ สหรัฐและญี่ปุ่นเพิ่งร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเงินเยน เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อสกัดความผันผวนของเงินเยนและพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตลาดโลก


เบสเซนต์กล่าวด้วยว่า เชื่อว่านายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ( บีโอเจ ) จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสม โดยได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น แต่สหรัฐจะไม่บอกบีโอเจว่าควรดำเนินนโยบายอย่างไร และเชื่อว่าญี่ปุ่นอาจเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของ “อาเบะโนมิกส์” แล้ว


อนึ่ง อาเบะโนมิกส์เป็นนโยบายเศรษฐกิจซึ่งญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่ปี 2556 ตามแนวทางของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่นในเวลานั้น เพื่อแก้ปัญหาเงินฝืด ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทั้งนโยบายการเงินและการคลัง


เบสเซนต์กล่าวว่า ตอนนี้ญี่ปุ่นสามารถเอาชนะภาวะเงินฝืดได้แล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “ทาคาอิจิโนมิกส์” ซึ่งเน้นการลดกฎระเบียบและเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน


อย่างไรก็ตาม แผนการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของทาคาอิจิถูกวิจารณ์ว่า อาจขัดแย้งกับความพยายามของบีโอเจในการควบคุมเงินเฟ้อด้วยนโยบายการเงินที่เข้มงวด และการอ่อนค่าของเงินเยนสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องจากทำให้ต้นทุนการนำเข้าและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น


ขณะเดียวกัน ความกังวลต่อภาระหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นและแผนการใช้จ่ายภาครัฐ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เคยพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ที่ 2.945% เมื่อต้นเดือนนี้ จึงมีการคาดหมายว่า บีโอเจอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนก.ย. นี้ และอาจเร่งความถี่ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไป.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS