เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่ ครม. เป็นผู้เสนอ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แถลงเหตุผลและความจำเป็นของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยย้ำถึงความจำเป็นต่อการกู้เงินเนื่องจากวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นและงบประมาณปี 2569 มีไม่เพียงพอต่อขนาดของผลกระทบ และภาระค่าใช้จ่ายต่อการแก้ไขวิกฤติพลังงาน รวมถึงการใช้มาตรการคลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทัน หากไม่ทำจะทำให้วิกฤติยืดเยื้อ เพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบเศรษฐกิจ จึงต้องตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้ นอกจากนั้นต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก
การตรา พ.ร.ก. เพื่อเป้าหมาย รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจฉุกเฉิน หลีกเลี่ยงไม่ได้ และช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ลดการใช้พลังงานฟอสซิลให้เร็วที่สุด รวมถึงส่งเสริมใช้พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกในประเทศ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ภาพรวมการกู้เงินของรัฐบาล เกิดสถานการณ์วิกฤติ รัฐบาลพยายามบริหารจัดการแหล่งเงิน แต่มีไม่เพียงพอ ไม่ทันสถานการณ์ ต้องใช้เงินแก้ปัญหาผลกระทบ 4 แสนล้านบาท การกู้เงินจึงเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่ไม่กระทบการบริหารหนี้สาธารณะ ที่กฎหมายวางกรอบไม่เกิน 70% ขณะที่การใช้เงินกู้ให้คุ้มค่าจำเป็นเร่งด่วน ไม่ซ้ำซ้อน กำหนดให้ต้องผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการและเป็นไปตามบัญชีแนบท้าย
“สัปดาห์ที่ผ่านเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตามขั้นตอนกฎหมาย รัฐบาลจึงเสนอต่อวุฒิสภาให้พิจารณา และหากไม่มีปัญหาใดๆ ขอความกรุณาลงมติให้ มีผลบังคับใช้ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พลังงาน สร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน” นายกรัฐมนตรี ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรี แถลงต่อวุฒิสภา พบว่าได้อ่านด้วยเสียงแหบแห้ง และมีอาการไอเป็นระยะ ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อที่ประชุมว่า “ผมพยายามรักษาอาการป่วยของหลอดลม ไปให้หมอดริปยาแล้วดีขึ้น แต่จำเป็นเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ให้เกียรติต่อวุฒิสภา ตัดสินใจที่จะมาขอแถลงด้วยตัวเอง”



