จากกรณีกระแสข่าวเกี่ยวกับผู้ป่วยรายหนึ่งที่เข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) แล้วมีผ้าก๊อซค้างอยู่ในช่องคลอด ซึ่งสร้างความกังวลใจและทำให้เกิดการเดินทางมารักษาหลายรอบโดยไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน นั้น
สาวโวยหมอลืมผ้าก๊อซในช่องคลอด หลังไปตรวจมะเร็ง ‘รพ.ชื่อดัง’ ยังไร้คำขอโทษ
ล่าสุด ทางโรงพยาบาลได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยระบุว่า ผู้ป่วยได้เข้ารับการตัดชิ้นเนื้อปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่าปากมดลูกมีขนาดใหญ่ แพทย์จึงได้ทำการแพ็คผ้าก๊อซไว้รวม 2 ชิ้น ได้แก่ แทมปอน 1 ชิ้น และวาสลีนก๊อซ 1 ชิ้น ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรักษา ต่อมาเมื่อครบกำหนด 48 ชั่วโมง ในวันที่ 22 สิงหาคม แพทย์เวรได้ทำการนำผ้าก๊อซออกให้ 1 ชิ้นและอนุญาตให้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อแพทย์ผู้ทำผ่าตัดได้ทบทวนประวัติในภายหลังพบว่ายังคงมีผ้าก๊อซค้างอยู่อีก 1 ชิ้น จึงได้รีบโทรศัพท์ติดต่อผู้ป่วยให้กลับมานำออกทันที แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง จึงได้นัดหมายกลับมาในวันถัดไปคือ วันที่ 23 สิงหาคม
ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงโรงพยาบาล กลับเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทีมสูตินรีแพทย์ต้องเร่งผ่าตัดช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยวิกฤตที่มีภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด (Amniotic fluid embolism) ทำให้ไม่สามารถแบ่งกำลังแพทย์มาดูแลได้ทันที จึงได้แจ้งให้ผู้ป่วยรอประมาณ 3-4 ชั่วโมง ผู้ป่วยจึงขอตกลงเดินทางกลับและนัดหมายมารับบริการใหม่ในเช้าวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม โดยโรงพยาบาลได้จัดลำดับคิวตรวจให้เป็นคิวแรก
กระทั่งในเช้าวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ทางโรงพยาบาลได้เรียกชื่อผู้ป่วยตามคิวแต่ไม่พบตัว ซึ่งทราบในภายหลังว่าผู้ป่วยได้ตัดสินใจเดินทางไปนำผ้าก๊อซออกที่โรงพยาบาลใกล้เคียง แต่เนื่องจากมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด ทางโรงพยาบาลดังกล่าวจึงได้ส่งตัวผู้ป่วยกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาล มทส. อีกครั้ง ทางโรงพยาบาลจึงได้รับตัวไว้เป็นผู้ป่วยใน และทำการรักษาโดยการแพ็คแทมปอนซ้ำ (Repack tampon with adrenaline) เป็นเวลา 48 ชั่วโมง จนกระทั่งสามารถนำผ้าก๊อซออกได้อย่างปลอดภัยในวันที่ 26 สิงหาคม โดยการรักษาในระลอกหลังนี้มีทีมแพทย์อีกทีมเข้าดูแลเนื่องจากแพทย์คนเดิมติดภารกิจอื่น และไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ป่วยแต่อย่างใด
ทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด ได้แสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเดินทางไปกลับหลายรอบ และไม่ได้รับคำชี้แจงรวมถึงการสร้างความเข้าใจที่เพียงพอก่อนออกจากโรงพยาบาล โดยยืนยันว่าจะนำเหตุการณ์นี้ไปทบทวนเพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย และใช้เป็นบทเรียนสำคัญให้บุคลากรทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารกับผู้ป่วย โดยเฉพาะเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดหมายในอนาคต.




