เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 69 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณา ต่อเวลามาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย ออกไปอีก 5 ปี โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2569
นายวราวุธ กล่าวต่อว่า การยกเว้นดังกล่าว ครอบคลุมค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโรงงานหลายประเภท ทั้งการขอใบอนุญาตประกอบกิจการและขยายโรงงาน การออกใบแทนและโอนใบอนุญาต การเพิ่มหรือลดเครื่องจักร การเพิ่มพื้นที่หรืออาคารโรงงาน ตลอดจนค่าธรรมเนียมรายปี ทั้งนี้ มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนและขยายกิจการ รักษาฐานการผลิต ตลอดจนสร้างงาน อาชีพ และรายได้ให้ประชาชน เพื่อเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว
นายวราวุธ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีโรงงานอยู่ในข่าย ได้รับประโยชน์จากมาตรการจำนวน 683 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตก่อนประกอบกิจการ จำนวน 666 แห่ง และโรงงานจำพวกที่ 2 ซึ่งต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนดำเนินกิจการ จำนวน 17 แห่ง มีการจ้างงานรวมประมาณ 15,000 คน ขณะที่เมื่อปี 2564 มีโรงงานได้รับประโยชน์จากมาตรการจำนวน 119 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น สำหรับผลกระทบด้านรายได้ คาดว่ารัฐจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมลดลงประมาณ 13.28 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมมองว่าเป็นการนำรายได้ส่วนหนึ่งของรัฐ ไปช่วยลดภาระผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อแลกกับประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งการรักษาธุรกิจเดิม การจ้างงาน และการดึงดูดการลงทุนใหม่
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเงื่อนไขและข้อจำกัด ในการประกอบธุรกิจแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป นโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม จึงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการว่า การดำเนินธุรกิจและการลงทุนในพื้นที่ ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยมีภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง



