1.นิ่ง เช่นที่ “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคบอกตลอดว่า ให้เป็นคำวินิจฉัยของ กกต.ของศาล 2. ฟ้องร้อง “เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ไปแจ้งความเอาผิด “สส.ไอติม”พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ “เป๋า”ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เนตเพื่อประชาชน ( ไอลอว์ ) ไว้แล้ว
วิธีที่ 3 คือ ตอบโต้ “เสี่ยตึ่ง” นภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ออกรายการทีวีชน และชี้ให้เห็นว่า หลักฐานของอีกฝ่ายนั้นใช้การมโนเอาเสียส่วนใหญ่ จับแพะชนแกะ โยงเองและเชื่อว่าต้องเป็นเช่นนั้นอย่างเรื่องที่อ้างว่า ผู้สมัคร สว.มาพบที่กระทรวงพาณิชย์ “เสี่ยตึ่ง” ก็บอกชัด “มาพบเพื่อขอคะแนนจริง แต่ไม่ยุ่ง ไม่สนับสนุน” ทาง “สส.ไอติม” ก็ตั้งข้อสงสัยกันต่อไป แล้วอธิบายโยงให้เกี่ยวข้อง ชี้นำให้รับรู้ว่า เลือก สว.มีฮั้ว ภูมิใจไทยอยู่เบื้องหลัง
สิ่งที่อ้างว่า เป็นหลักฐานการฮั้ว สว. ที่ “สส.ไอติม”นำมาใช้ มาจากสำนวนของกรรมการสอบ ชุดที่ 26 ที่ กกต.ทำร่วมกับดีเอสไอ เริ่มมีการวิเคราะห์ว่า “กกต.ไม่ใช้สำนวนของกรรมการชุดนั้น” เนื่องจากถูกอนุฯ ชุดที่ 36 ทบทวนไปแล้ว และ“ข่าวว่า”มีความเห็นแย้ง คือไม่สั่งฟ้อง เชื่อได้ว่า อนุฯคงใช้เหตุผลว่า “หลักฐานไม่เพียงพอจะสาวถึงตามที่กล่าวหา” วันที่ 14 ก.ย.นี้ จะได้รู้กัน ว่า จะเป็นไปตามที่ฝ่ายค้านใช้กระแสสังคมกดดันหนัก ต้องสั่งฟ้องทั้ง 229 คนหรือไม่
ถ้า กกต.ฟ้อง พรรคประชาชนก็ประกาศได้ว่า สำเร็จระดับหนึ่ง เป็นก้าวสำคัญในการทุบระบอบสีน้ำเงิน แล้วไปว่ากันที่ศาลต่อ ศาลไม่รับฟ้องเพราะสำนวนไม่สมบูรณ์ก็โจมตี กกต.ได้อีก
หรือถ้าไม่ส่งฟ้อง ก็ยังได้ผลไปขยายความต่อ ดิสเครดิต กกต. ดิสเครดิตรัฐบาล โดยการย้ำว่า นี่คือการใช้อำนาจเหนือองค์กรอิสระ เหนือระบบตรวจสอบของระบอบสีน้ำเงิน สว.ชุดนี้ก็คือผลผลิตของระบอบสีน้ำเงิน หวังไปถึงแรงสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเพิ่มคะแนนเสียงให้ส้มในช่วงการเลือกตั้งทุบพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นการ “ล้างบาป” ต่อกองเชียร์ส้มที่ไม่พอใจมากในครั้งที่ขน 143 เสียงของพรรคไปโหวตตั้งรัฐบาล “อนุทิน 1”
ที่น่าสนใจคือ กองเชียร์การเมืองฝั่งแดง หรือบรรดาเหล่านางแบกทั้งหลายถล่มส้ม และชี้ให้เห็นว่า“วิกฤติ สว.เพราะพรรคส้มสร้างมาเองทั้งนั้น” เหตุผลคือ เมื่อครั้งที่ปรับ “นายกฯหนู” ไปเป็นฝ่ายค้าน ใน “รัฐบาลอิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) ขณะนั้น ทำสำนวนฮั้ว สว.งวดเข้ามาทุกขณะ แต่ปรากฏว่า ชะงักไปเพราะศาลรัฐธรรมนูญให้ “นายกฯอิ๊งค์” พ้นเก้าอี้ พรรคเพื่อไทยล็อบบี้พรรคส้มให้เลือกนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี
ยื่นข้อเสนอแบบยอมทุกอย่าง แก้รัฐธรรมนูญเสร็จจะยุบสภา หรือจะให้ยุบทันทีก็ได้ แต่พรรคส้มก็ไปโหวตเลือกนายกฯหนู กองเชียร์พรรคแดงโมโหว่า ทำให้คดีฮั้ว สว.ที่กำลังเดินหน้าได้ดีอยู่แล้ว ถูกเปลี่ยนหัวขบวน กลายเป็นว่า กกต.ได้จังหวะไปตั้งอนุฯ ชุดที่ 36 เอาสำนวนมาทบทวน แล้วสั่งไม่ฟ้อง เสียโอกาสในการรีบปิดจบคดี ซึ่ง “พรรคส้ม”ทำทีเป็นตะลุยตรวจสอบกว่าใคร แต่จริงๆ แล้วแค่เอาผลงานที่รัฐบาลแดงเพื่อไทยทำไว้มาแอบอ้าง แถมพรรคส้มยังเปิดช่องให้โยกย้าย ขรก. ทำองคาพยพสีน้ำเงินแกร่งก่อนเลือกตั้ง
ทางฝั่งกองเชียร์พรรคส้ม อ้างว่าไม่เกี่ยว แถมจะย้อนสวนกลับไปถึงพรรคแดงตระบัดสัตย์ที่ไม่ยอมโหวต “อดีตหัวหน้าทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งภาพตอนนี้ “ส้ม” เปิดศึกทั้งกับ “แดง” ทั้ง “น้ำเงิน” ซึ่งทั้งสามสี ก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือ “สอยขั้วตรงข้าม ดึงคะแนนนิยมมา”
ฝ่ายการเมืองฮึ่มใส่กันแล้ว ซึ่งเดือนก.ย.นี้ มี 2 เหตุการณ์เดือดที่เร่งอุณหภูมิ นอกจากฮั้ว สว.ก็ยังมี คดีบัตรเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัย วันที่ 28 ก.ย. เดือนนี้จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงใหญ่หรือไม่ ต้องรอดูกัน.



