สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวถึงสงครามกับยูเครน ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี ว่ารัสเซียกำลังเป็นฝ่ายชนะในสมรภูมิ และกองกำลังฝ่ายตรงข้ามจะพ่ายแพ้ในที่สุด แม้ไม่ได้ระบุกรอบเวลาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด
ปูตินกล่าวด้วยว่า ข่าวลือซึ่งระบุว่ารัสเซียอาจต้องระดมกำลังพลเพิ่มเติมนั้น เป็น “เรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง” พร้อมยืนยันว่ากองทัพรัสเซียรุกคืบในแนวหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคโดเนตสก์ ซึ่งรัสเซียอ้างว่า ยึดพื้นที่ได้ 270 ตารางกิโลเมตร เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา
Putin:
— Clash Report (@clashreport) September 1, 2026
We've instructed the Russian Armed Forces to launch massive strikes against energy infrastructure of Ukraine because they are targeting our energy infrastructure.
This is how we respond. pic.twitter.com/anLOrcQZt3
ผู้นำรัสเซียกล่าวด้วยว่า กองกำลังยูเครน 2 กลุ่ม ซึ่งมีทหารรวมหลายพันนาย อยู่ในวงล้อมของทหารรัสเซีย ขณะที่กองทัพรัสเซียยังคงรุกคืบที่เมืองสโลเวียนสก์และครามาทอร์สก์ รวมถึงเตรียมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนครั้งใหญ่ เมื่อใดก็ตามที่อีกฝ่ายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียก่อน
Putin on Ukraine:
— Clash Report (@clashreport) September 1, 2026
Zelensky stated that it's not safe for civilian planes in Russia to fly.
That's state terrorism.
There can be no negotiations with terrorists. pic.twitter.com/nG9GhPSMWA
ปูตินยอมรับว่า การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนสร้างความเสียหายให้แก่โรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย แต่ยืนยันว่า ระบบป้องกันทางอากาศได้รับการพัฒนา และเหลือโรงกลั่นที่ต้องซ่อมแซมราว 10%
นอกจากนี้ ปูตินกล่าวว่า รัฐบาลยูเครนใช้ยุทธวิธี “การก่อการร้ายโดยรัฐ” รัฐบาลมอสโกจึงไม่อาจเจรจากับ “ผู้ก่อการร้าย” ได้ แต่รัสเซียยังเปิดรับการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างถาวร และพร้อมหารือกับคณะผู้แทนของสหรัฐต่อไป.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



