ลองนึกภาพว่า “ถ้าเกิดมีการแอบซ่อนอะไรที่เป็นเชื้อเพลิง อยู่ในชุมชน มันจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขนาดไหน” ซึ่ง “อะไร” ที่ว่า มันจะออกมาในรูปแบบ ตึกดาต้าเซ็นเตอร์ ที่เรื่องนี้ยังไม่มีการควบคุมชัดเจน และยังไม่แจ้งการจดทะเบียนตึกเพื่อใช้งานชนิดนี้

ดาต้าเซ็นเตอร์ คือศูนย์รวมข้อมูล ซึ่งในศูนย์จะต้องมี server สำหรับประมวลผลสำหรับรันแอปพลิเคชันและบริการต่างๆ มีระบบจัดเก็บข้อมูล มีระบบพลังงานและการสำรองไฟ เพราะไฟฟ้าต้องหล่อเลี่ยงระบบตลอด มีเครื่องปั่นไฟ มีระบบทำความเย็นให้อุปกรณ์ ใช้พัดลมระบายลมร้อน มีระบบควบคุมความปลอดภัย ..ซึ่งที่สำคัญคือการต้องใช้ไฟฟ้ามหาศาล ทำให้ต้องตั้งคำถามว่า “มีการกักตุนเชื้อเพลิงเพื่อปั่นไฟหรือไม่”

“สส.แบงค์” ศุภณัฐ มีนชัยนันทน์ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า รู้หรือไม่ว่า ที่ดาต้าเซ็นเตอร์สร้างกระจายทั่วกรุงเทพฯ และในหลายๆ จังหวัดแบบไร้การควบคุม ส่วนหนึ่งก็เพราะยังไม่มีการนิยามว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นอาคารประเภทใด ทั้งนิยามตามกฎหมายควบคุมอาคาร และนิยามตามกฎหมายผังเมือง นี่จึงทำให้มีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์มั่วไปหมด โดยอ้างว่าเป็นอาคารประเภทเดียวกับ คลังสินค้าบ้าง, สำนักงานบ้าง หรือ อาคารพาณิชย์บ้าง

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ดาต้าเซ็นเตอร์จะมีการตุนน้ำมันดีเซลไว้ เพื่อเป็นพลังงานสำรองให้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า อย่างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 28 เขตบางกะปิ ก็มีการเก็บน้ำมันดีเซลไว้สูงถึง 429,000 ลิตร เสมือนกับการเอาปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 3-4 ปั๊ม มายัดไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งถ้าเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้น คงไม่กล้าคิดว่า มันจะร้ายแรงขนาดไหน กับคนที่อาศัยอยู่แถวนั้นที่จะโดนลูกหลงไปด้วย นี่คือภัยเงียบที่ซ่อนตัวอยู่ข้างบ้านของเราทุกคน โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ

“ตั้งแต่ปี 67 ผมได้นำเรื่องเข้า กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ และผมได้มีการเรียกร้องให้ กรมโยธาธิการเร่งกำหนดนิยามดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงให้ กทม. เร่งกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ ผ่านร่างผังเมืองใหม่ที่กำลังจะแก้ไข แต่สุดท้าย ผ่านมา 2 ปี ก็ไร้ความคืบหน้าทั้งกรมโยธาฯ ที่ไม่ทำอะไรเลย และ กทม. เอง ที่แม้จะเอาผังเมืองไปดองไว้นานกว่า 2 ปี แต่สุดท้าย ร่างผังเมืองใหม่ของ กทม. ก็ปล่อยให้เอกชน ยังคงสามารถสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ได้โดยขาดการกำกับควบคุม”

สส.แบงค์ ระบุต่อว่า นี่คือความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชน ที่แทบไม่รู้ได้เลยว่า อาจมีคลังน้ำมันขนาดย่อม ตั้งอยู่ข้างบ้านตัวเอง ดาต้าเซ็นเตอร์ ยังไม่ถือว่าเป็นคลังน้ำมัน ตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะมีปริมาณต่ำกว่า 500,000 ลิตร (แต่ยังต้องมีใบอนุญาตว่าเป็นสถานที่เก็บน้ำมัน จากกรมธุรกิจพลังงานอยู่) ไม่ต้องทำ EIA เพราะตามประกาศแนบท้าย ลำดับ 2 และ 3 เป็นเรื่องของการพัฒนาปิโตรเลียม และการขนส่งปิโตรเลียม

“รมต.นก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งในกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้รับอนุญาต ว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้มาสักระยะแล้ว และเร่งให้มีการตรวจสอบ รวมถึงดูด้วยว่า มีการกักตุนน้ำมันเพื่อไปปั่นไฟหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่ทราบปริมาณว่ามีจำนวนเท่าใด และต้องไปตรวจสอบด้วยว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เกิดขึ้นเมื่อไร หากริเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ยังไม่มีกฎระเบียบใดๆ ก็ต้องมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ขณะที่ “รมต.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ภายหลังการประชุม ครม. จะพูดคุยกับ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจะต้องมีการจัดระเบียบ เนื่องจากยังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้มีเอกสารรับรอง.. ซึ่งเป็นที่น่าสนใจอยากได้คำตอบว่า “ตกลงประเทศไทยให้จดแจ้งอาคารลักษณะดาต้าเซ็นเตอร์ หรือไม่?” แล้วเช่นนี้มีอะไรมารับประกันความปลอดภัย  

ในกรุงเทพฯ ซอยแคบหลายซอย จะให้ประชาชนรู้สึกว่า มีระเบิดแขวนตามซอยไม่ได้ กทม. ต้องช่วยชี้แจงด้วย.