เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านที่เกี่ยวข้องในคดีโกงเลือก สว. ก่อนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ว่าเราทำงานต่อเนื่องเพื่อชี้ให้สังคมเห็นว่า กกต. ควรจะฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปที่ศาลฎีกา ย้ำว่านี่ไม่ใช่ข้อสรุปว่า 229 คนนั้นทำความผิดไปแล้ว แต่เราเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการโกง สว. จึงเรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องไปที่ศาล
เชื่อว่าพยานหลักฐานในแต่ละคน ใน 229 คน คงไม่เท่ากันทั้งหมด เพราะถ้าดูจากขั้นตอนกระบวนการของ กกต. ในชั้นอนุชุดที่ 26 ที่มีการฟังความทั้งสองด้าน และมีมติออกมาเห็นว่ามีมูล มีผู้กระทำความผิดอย่างน้อย 229 คน เห็นควรให้สั่งฟ้อง ดังนั้นนี่จึงเป็นแหล่งอ้างอิงอย่างหนึ่ง หลักฐานของคณะอนุชุดที่ 26 และความเห็นเลขาธิการ ที่มีมติให้ กกต.สั่งฟ้อง สว.100 กว่าคน รวมถึง นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เป็นการทำงานหลังฟังความเห็น 2 ฝ่าย ดังนั้น จึงย้ำว่าประเด็นที่ตนนำมาตั้งข้อสงสัยไม่ใช่แค่ตนคนเดียวที่สงสัยว่าอาจจะมีการทุจริต แต่คณะทำงานในกระบวนการของ กกต. ก็มีข้อสงสัยเช่นเดียวกันจึงได้มีมติสั่งฟ้อง
เมื่อถามว่า โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) จะออกมาเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดที่มี หาก กกต.ไม่สั่งฟ้องทั้งหมด นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามภาคประชาชน แต่ยอมรับว่าเรามีการทำงานร่วมกัน ส่วนข้อมูลที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้มา ตนก็ทราบเท่าที่ปรากฏในสื่อสาธารณะ คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ทำให้เราเข้าใจการทำงานของอนุชุดที่ 36 มากขึ้น เพราะนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย พูดมาตลอดว่าต้องการให้มีการนำเสนอข้อมูลทุกขั้นของ กกต. ในวันที่ 4 ก.ย.นี้ กกต.จะมารายงานประจำปีที่สภา ตนจะสอบถามข้อมูลเรื่องนี้ด้วย
“ทำไมจึงต้องตั้งคำถาม ถึงความน่าเชื่อถือของคณะอนุชุดที่ 36 เพราะเห็นว่าผลลัพธ์ที่ออกมา ดูจะสวนทางกับพยานหลักฐานที่เห็น หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าคณะอนุชุดที่ 26 สั่งฟ้อง 229 คน หลักฐานชัดเกือบทุกคนไหม แต่สิ่งที่เราเห็นจากคณะอนุชุดที่ 36 คือไม่สั่งฟ้องใครเลย กำลังจะบอกว่าพยานหลักฐานทั้งหมดที่เราเห็น ในหลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว” นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า วันที่ 13 ก.ย.นี้จะมีการชุมนุมกดดัน กกต. พรรคประชาชนจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การทำงานของเราคู่ขนานกับภาคประชาชน อะไรที่เป็นกิจกรรมที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องเราก็ไปร่วม แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดงานในวันที่ 13 ก.ย.
“ปฏิเสธไม่ได้ว่า 4 ใน 7 กกต. มาจากการรับรองโดย สว. ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน ฉะนั้น จึงมีความกังวลใจว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ จากการถูกแทรกแซงทางการเมืองได้ ทางที่ดีที่สุดถ้ามีการสั่งฟ้องไปที่ศาล ศาลก็จะมาทำหน้าที่ในฐานะคนกลาง” นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว. เปิดเผยว่า สว. จากภาคประชาชนก็นัดเลี้ยงที่ร้านเดียวกันและมีคนจ่ายค่ากาแฟแค่คนเดียว นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานเกี่ยวกับผู้สมัคร สว. คนไหน ไม่ว่าจะถูกนิยามว่ากลุ่มใด ก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนรายละเอียดข้อมูลของนายชีวะภาพ คนที่จะตอบได้ดีในเรื่องนี้คือนายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน ที่เป็นคนรวบรวมและนำเสนอข้อมูล อย่างไรก็ตาม นายชีวะภาพมีการยืนยันข้อมูลทั้งการเดินทางไปที่โรงแรม จ.นครนายก จริง และมีการยอมรับถึงการโอนเงินบางประการจริง ซึ่งถือเป็นสิทธิของประชาชนที่จะฟังความทั้งสองด้าน
เมื่อถามว่า นายชีวะภาพ อ้างว่า พรรคประชาชนเคยทาบทามเขามาลงนายก อบจ.สิงห์บุรี ในนามพรรคประชาชน แต่นายชีวะภาพไม่มาเพราะติดทำคดีของแม่ผู้นำจิตวิญญาณอยู่ ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อมูล แต่เท่าที่ทราบ พรรคประชาชนไม่เคยส่งผู้สมัครลงนายก อบจ.สิงห์บุรี นายชีวะภาพก็มีสิทธิให้ข้อมูลได้ และสุดท้ายก็ไม่ได้ส่งนายชีวะภาพในนามพรรค
เมื่อถามว่า นายชีวะภาพติงเรื่องการนำเรื่องชู้สาวไปล้อเลียนในเวทีผู้นำฝ่ายค้าน มีการทำเสียงคราง นายพริษฐ์ กล่าวว่า เวทีจะพยายามเน้นสาระเป็นหลัก แต่อาจจะไม่สามารถรู้ทุกประโยคหรือสามารถควบคุมทุกประโยคของผู้ร่วมเวทีได้.



