ยังคงเป็นประเด็นที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจอย่างจดจ่อ สำหรับคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ “แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์” ภายหลังมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรือสปีดโบ๊ตอีกหนึ่งลำที่แล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเกิดเหตุ (24 ก.พ. 2565) ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นางเอกสาวฝีมือดี “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังตัดสินใจเดินหน้ายื่นข้อมูลในฐานะพยานคดีแตงโมร่วมกับ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และทีมงานของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล

โดย ขวัญ อุษามณี เผยถึงจุดเริ่มต้นของการมาเป็นพยานว่า “คือถ้าเราไม่ได้อาจารย์ปานเทพ หรือทั้งคณะการทำงานของคุณลุงสนธิ แม้แต่ตัวขวัญเอง ถ้าขวัญไม่เห็นรูปนั้นก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นเรือเรา เพราะมันเป็นมุมกว้างมาก พี่ดาด้าไม่ได้ตั้งใจที่จะถ่ายขวัญ แล้วเรือที่ขวัญลงอยู่ตรงนั้น อยู่ในบริบทที่ตรงกับองค์ประกอบของภาพที่พี่เขาต้องการจะถ่ายสะพานพระราม 8 แล้วที่เรามาทราบกันว่าเรือลำนั้นเป็นลำที่ขวัญอยู่ด้วย เพราะว่าเรามาเช็กอาจารย์มาเช็กจากตัวเรือ GPS เรือ ลักษณะเรือ เจ้าของเรือ แล้วผู้ลงเรือมีใครบ้าง ไทม์ไลน์เป็นแบบนี้ ถึงระบุได้ว่าเป็นขวัญ แล้วเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เราไปด้วย

ถ้าทุกคนถามว่าทำไมขวัญเพิ่งมาบอกตอนนี้ เพราะขวัญทราบ แม่น้ำมีเรือหลายลำ ถึงแม้ว่าเราจะไปวันเดียวกัน เราก็ไม่ทราบว่า เรือของขวัญมันมีผลกระทบกับคดีของพี่แตงโมด้วย แล้ววันนี้ขวัญก็มายืนยันว่าหลักฐานที่อาจารย์ไปค้นพบมา คนที่อยู่บนเรือเป็นใคร เราก็ต้องยืนยันตามข้อมูลข้อเท็จจริง ว่าเป็นขวัญ และพี่ๆ ทีมงานที่เราไปด้วย เราไปกันทั้งหมดหกคน สามคนก็จะเป็นพี่ๆ ที่เราสนิทด้วย แล้วในเรื่องของการที่เราลงโพสต์ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ใน Reels ในไอจีของขวัญ แล้ววันนี้มันก็จะมีโพสต์ของพี่ที่เขาไปด้วย ซึ่งลงโพสต์ว่า วันที่ 25 ขอให้พี่โมปลอดภัย ในวันที่ 24 เพราะฉะนั้นข้อมูลที่มันจะคลาดเคลื่อนว่าขวัญไปลงเรือวันอื่น มันจะมาประจวบเหมาะ แล้วมาใช้เป็นวันที่ 24 กับพี่โมหรือเปล่า มันก็ไม่ได้ เพราะเรามีหลักฐานครอบคลุมหมด ไม่ว่าจะเป็นโลเคชั่นที่มันระบุว่า เราไปเมื่อไหร่ ทั้งในโซเชียลมีเดีย ในไอจีขวัญ ทุกคนสามารถไปแคปได้เลย

ถามว่าการที่เราเปิดตัวครั้งนี้มันจะมีอะไรที่ทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไหม คือจริงๆ ขวัญเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างอันไหนที่มันผิดแปลกไป ก็ต้องปรับเข้ามา ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว แล้วอะไรที่มันผิดก็ต้องกลับเข้ามาอยู่ในกระบวนการยุติธรรมใหม่ มาคัดสรรใหม่ สุดท้ายความจริงมันก็ปรากฏอยู่ดี ไม่ว่าจะช้าหรือจะเร็ว สี่ปีสุดท้ายหลักฐานตรงนี้ คือขวัญเองก็ไม่ทราบและไม่ได้เห็น ทุกคนที่ติดตามในเรื่องข่าวของพี่แตงโมก็ไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน เพราะมันอยู่ในสำนวน ถ้าคุณแม่ไม่คัด ขวัญเองก็ไม่ทราบว่า อันนี้ไปอยู่ในหลักฐานของศาล ซึ่งศาลท่านก็ไม่ทราบด้วย เพราะองค์ประกอบทั้งหมดมันชี้ให้ไปแบบนั้น แต่พอตอนนี้เรามีเรื่องราวต่างๆ ที่มันสามารถมาประกอบเป็นรูปเป็นร่างได้ มันก็น่าจะเกิดอะไรที่มันดีขึ้น แล้วความจริงก็จะต้องปรากฏ และเชื่อว่าพี่โมก็จะได้รับความยุติธรรมในที่สุดค่ะ

แต่หากถามว่าหลักฐานของเราไม่เป็นผล เราจะรู้สึกแย่ไหม เราไม่คิดอะไรในที่มันเป็น Negative หรือที่มันเป็นลบ ทุกวันที่เราเดินไปเราต้องคิดในทางบวก เหมือนกับความศรัทธาที่คณะการทำงานของคุณลุงสนธิและอาจารย์ปานเทพ ยังคงทำอยู่ทุกวันนี้ เวลาผ่านไปกี่ปีกี่วันกี่เดือน แกก็ยังคงมุ่งมั่น และรักษาความยุติธรรมให้กับพี่โม เพราะท่านเห็นว่าอันไหนที่มันผิด เราก็ต้องไปหาคนเจออะไรที่มันถูกต้อง

ส่วนเรื่องความกังวล ในเรื่องของทัวร์ลงหรือถูกกลั่นแกล้ง ก็มีความกังวลอยู่บ้างนะคะ แต่ขวัญเชื่อว่าความจริงก็จะรักษาตัวขวัญ ความยุติธรรมก็ต้องปกป้องคนดี แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือถ้าขวัญไม่เลือกที่จะทำแล้วใครจะทำ เราเป็นลูกตำรวจ คำว่าตำรวจมันอยู่ในสายเลือดของขวัญอยู่แล้ว ยังไงท้ายสุดขวัญก็เชื่อว่าตำรวจน้ำดีก็มีเยอะ ตำรวจมีหน้าที่พิทักษ์ปกป้องรักษาประชาชน และวันนี้ขวัญก็เอาความจริงและมายืนยันให้พี่ๆ คณะการทำงาน พี่ๆ พนักงานสืบสวนทุกคนได้ทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเบื้องต้น แล้วให้มันใกล้ความจริงมากขึ้น ทุกอย่างมันก็จะดำเนินได้ด้วยดี

สำหรับฟีดแบ็กพอเรามาเป็นพยาน คือขวัญก็ทำหน้าที่ของขวัญสุดแล้ว เพราะว่าเมื่อวานนี้ที่ไปคุยกับอาจารย์ มันหนักเกินที่ผู้หญิงคนหนึ่งเสียใจแล้วเจ็บปวดจนตาย แล้วเราเป็นน้อง มันหนักมากสำหรับชีวิตคนคนหนึ่ง แต่อย่างขวัญเราสร้างมาก็ประชาชนสร้าง ไม่ว่าต่อไปขวัญจะมีชีวิตอยู่หรือจะไม่มี คำว่าขวัญ อุษามณี ก็ขอให้ประชาชนพี่ๆ ทุกคน ผู้ใหญ่ทุกท่าน คอยดูแลขวัญและปกป้องขวัญและแม่แล้วกัน เพราะเราเหลือแค่นี้ ส่วนรู้สึกยังไงบ้างที่มีคนเอาภาพเราไปใช้ อันนี้ขวัญขอไม่พูดค่ะ เพราะมันไม่มีประโยชน์ค่ะ”