ทำเอาแฟนคลับถึงกับอึ้งและจับตามองอย่างหนัก หลังจากที่นางเอกสาวสุดฮอต “ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์” เพิ่งเปิดตัวหวานใจไปเมื่อช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แต่กลับมีกระแสสะพัดว่าเจ้าตัวได้กลับมาโสดอีกครั้ง หลังไปไหว้ขอพรว่า “ถ้าคนนี้ไม่ใช่ก็ขอให้เด้งออกไป” จนกลายเป็นไวรัลเรื่องความศักดิ์สิทธิ์สนั่นโซเชียล

ล่าสุด ในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ วารี ๑๐๐ ศพ สาวปันปันก็ได้ออกมาเปิดอกเคลียร์ทุกประเด็นความรักแบบหมดเปลือก ยืนยันว่ากลับมาโสดแล้วจริง และเรื่องการเลิกรานั้นเป็นการตัดสินใจของตนเอง ไม่เกี่ยวกับเรื่องมูแต่อย่างใด พร้อมเปิดใจถึงเรื่องภาระหนี้สินคอนโดและมุมมองความสัมพันธ์ โดย ปันปัน เผยว่า “มันเป็นเรื่องราวที่หนูสัมภาษณ์ไปใน 3 แซ่บ ว่าเกิดอะไรขึ้น หนูก็แค่บอกว่าวันที่เราไปไหว้รอบที่สองตอนนั้นที่เกิดขึ้น หนูก็แค่ไปไหว้บอกว่า เออ ถ้าไม่ใช่ก็ขอให้มันไม่ใช่ แค่นั้นเอง

แล้วผลมันมาเร็ว ทำไมมันดูรู้สึกว่าไม่ใช่ทันที มีสัญญาณอะไรไหม หรือเป็นคอนเทนต์?

โหย เป็นเดือน เป็นเดือนนะคะ แต่ที่ผ่านมาความรักของเรากับเขาก็ปกติ ไม่ได้มีอะไร คือเลิกกันดี มันได้เป็นเพราะพรแม่ขนาดนั้น สุดท้ายแล้วเราก็เป็นคนตัดสินตัวเอง มันก็มีเรื่องที่มันไปไม่ได้แล้วเราก็ตัดสินใจว่า เอ้ย ก็ดีกว่า  ตอนนี้ เบรกไปก่อน

สภาพจิตใจตอนนี้หนูโอเคมาก คือหมายถึงว่าทุกคนอาจจะได้เห็นกันใน 3 แซ่บ ที่ออกไปตอนนั้นก็คืออัดไปเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วค่ะ ตอนนั้นใหม่ๆ อยู่ ก็คือเล่าถึงเรื่องแบบว่าอาการของผู้หญิงอกหักคนหนึ่งต้องทำยังไงบ้าง แม่ๆ ก็ถามไง หนูก็เล่าให้ฟังว่า เอ้ย หนูต้องเจออย่างนู้นอย่างนี้ ทำยังไงถึงจะผ่านมันไปได้แล้วก็ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว มันก็เลยดูเหมือนว่าหลายคนก็เลยติดตามเพราะว่ามันเพิ่งแผลสดวันนั้น ณ วันนั้นค่อนข้างสดค่ะ แต่ว่าเทปนั้นอัดไป 2 เดือนที่แล้วแล้ว ซึ่งถ้าวันนี้แห้งแล้ว สบาย เรื่องไปหาพระแม่รอบที่สามพักพระแม่ก่อนเนาะ ตอนนี้จะต้องหาแม่ตัวเองก่อน (ยิ้ม)

กับความรักที่ผ่านมาเราไม่เสียดาย เพราะปกติมันความรักกว่าจะเข้ามาแต่ละคน จริงๆ หนูเป็นคนชอบคนยากมากๆ แล้วก็ไม่ได้เปิดอะไรให้ใครง่ายๆ แต่ว่าด้วยความที่เราก็ 29 แล้วเนาะ ใกล้เลข 3 ละ มันอาจจะมีความคิดเยอะนิดหนึ่งว่าเราจะเอายังไงกับชีวิตต่อไป”

ยังไม่ทันได้เห็นหน้าเลย ก็ไปซะแล้ว เขามีหน้าใช่ไหม?

“เขามีแต่หลัง(หัวเราะ) หนูว่าผู้หญิงทุกคน มีความหวังกับความรักกันหมดเลยไม่มีความใครอยากล้มเหลวในความรัก จริงไหมคะ แต่ในเมื่อถ้าเกิดว่าเรารู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ หรือว่าเรามีความเอ๊ะอะไรในหัวเนี่ย เราก็ควรจะเบรกไว้ก่อน หลังลดความสัมพันธ์จากแฟนกลับมาเป็นเพื่อนหนูว่าสบายใจดี หลังจากนี้มุมมองความรัก ตอนนี้ปันว่าก็ปล่อย ตอบเหมือนดาราเลยเนาะ ก็แบบเป็นเรื่องของอนาคตค่ะไม่แต่หนูว่าวันหนึ่ง ถ้าคนมันจะทำให้ตัวเองใช่ เดี๋ยวมันก็จะใช่เอง แต่หมายถึงว่ามันรู้สึกว่าเราไม่ควรที่จะรอ รอคนที่ใช่เข้ามาในชีวิต หมายถึงว่าเราก็ต้องเป็นคนๆ นั้นด้วย เราก็ต้องเป็นคนที่ดีขึ้น อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องพยายามเป็นคนที่ดีขึ้น เพื่อที่จะศีลเสมอกันแล้วไปด้วยกันได้ เราก็ต้องมองภาพไกลๆ ไม่ได้มองแค่แบบ อุ๊ย สปริงสปาร์คกันอยู่แค่นี้ค่ะ

เรื่องอายุมีผลนะคะ ไม่ใช่แบบหมายความว่าเลข 3 แล้วจะอายุมากไปหรือจะยังไงนะคะ แต่ปันแค่รู้สึกว่ายิ่งเราอายุมากขึ้น เรายิ่งเข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วก็เข้าใจว่าตัวเองชอบแบบไหนไม่ชอบแบบไหน เราจะมีขอบเขตที่ชัดเจนขึ้นกับคนรอบๆ ตัว กับคนรัก กับเพื่อน กับงานมากขึ้นค่ะ

รู้สึกยังไงจากไวรัลพระแม่เสร็จก็เป็นไวรัลดารามีหนี้?

คือมันไม่ได้ ไม่ได้ตั้งใจค่ะ หมายถึงว่าเรา เราถ่ายงานกันอยู่ที่บ้านแล้วก็จดหมายมันก็จะมาทุกเดือน แล้วก็เปิดแกะให้ดู แล้วก็ตั้งกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้แล้วก็ เออ ลงก็ได้ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่า เฮ้ย ลงดีไหม มันจะมีปัญหาหรือเปล่า แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราพบเจอจริงๆ ทุกๆ เดือน หนี้เหรอ 20 ล้าน แป๊บเดียว ทำงานไปวน วนไปให้แบบชีวิตมีอะไร

ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเยอะนะ หมายถึงว่าก็ค่าคอนโด ค่ารถ ค่ากิน ค่าใช้ชีวิต หมายถึงว่าภาษีสังคมในการเป็นดารามันก็ไม่ได้ถูกนะคะ ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง หมายถึงว่าหนูก็ต้องแต่งตัว ทำตัวเองให้ดูดี ภาพลักษณ์ทุกอย่างมันก็มันก็ไม่ได้ถูกเนาะเดี๋ยวนี้เนาะ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องแลกกับงานการที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ค่ะ

อาชีพดาราต้องหาเงินได้เดือนเท่าไหร่ถึงจะ Cover ชีวิต?

มันก็แล้วแต่คน หมายถึงว่าคอนโดหนูมันก็แพงแหละ ถ้าเราไปอยู่คอนโดปกติมันก็คงไม่แพงขนาดนี้ อันนี้มันก็เป็นที่ตัวเราเอง แต่เราตั้งใจแล้วว่า เฮ้ย เราสามารถหาเงินได้ เออ เราตั้งใจแล้วเรารู้สึกว่าเราชอบ แล้วก็หนูว่าให้ความสำคัญกับที่อยู่มาก  อย่างเช่นสมมติเวลาไปเมืองนอกหรือไปอะไร เราก็จะเลือกโรงแรมที่ดี เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นที่ที่เรานอน ที่ที่เราอยู่ทุกวัน ที่ที่เราใช้เวลา และก็ที่ที่เราทำคอนเทนต์เยอะ เป็นเรื่องงานของเราด้วยแหละ รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เราน่าลงทุนมากกว่าไปซื้อแบบmaterial หรือว่าไปอะไรจริงๆ คือคนเราเห็นค่าของหลายๆ อย่างไม่เหมือนกันเนาะ แต่หนูให้ค่าในเรื่องของเรื่องนี้เยอะ

คุณพ่อว่ายังไงบ้างกับความโสด?

พ่อก็รู้ตามตอนมีข่าวอ่ะ เขาก็ทักมาเป็นไง หนูบอกไม่รู้แล้วก็พอเมื่อไหร่ก็ค่อยเล่า อึ้ม แค่นั้นเลยค่ะ พ่อไม่ได้ว่าอะไร พ่อเหมือนกับบอกว่าเราโตแล้ว และก็เราตัดสินใจอะไรเอง เรารักใครเขาก็รักคนนั้นแค่นี้เลยค่ะ

ที่ไปออกรายการกับคุณมาร์ช จุฑาวุฒิ มาเป็นยังไงบ้าง?

กับพี่มาร์ชจริงๆ แล้วก็ มีการถ่ายซีรีส์ด้วยกัน ถ่ายซิทคอมกันไปแล้วก็วนเวียนกันตามบ้าง แต่อันนี้ก็คือ นานๆ ทีกลับมาเจอกัน ก็เป็นพี่ชายที่ดีคนหนึ่งค่ะ ก็คุยกันเรื่องแบบชีวิตเป็นยังไง ตัวเขาเป็นยังไง ก็คือคุยกันยาวเลยค่ะ

หนูเป็นคนที่ถึงจะเลิกกับใครไปหรืออะไรไปอ่ะ ก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนคนหนึ่งที่เคยสำคัญมากกับเราในช่วงชีวิตหนึ่ง ทำไมเราต้องตัดเขาออกไปจากชีวิต มันก็ไม่ได้จำเป็นใช่ไหมคะ แล้วก็มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน คุยกันได้ อะไรได้ มันก็ดีต่อจิตใจแล้ว