เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.เพื่อไทย กล่าวถึงกรณีฮั้ว สว. ว่า ส่วนตัวมองว่าขณะนี้เรามี สว. 200 กว่าคน ทำหน้าที่อยู่ในสภา แม้บางส่วนมีข้อสงสัยว่าฮั้ว ว่าโกง ซึ่งต้องพิสูจน์กันต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดตนไม่โทษคนจัดการ ไม่โทษ สว. เพราะฟัง สว. บางคน ตนก็เห็นใจท่าน ว่า “สว.ชุดปัจจุบันทำอะไรที่เสียหายต่อบ้านเมืองหรือไม่” ดังนั้นตนจะพูด 2 เรื่อง คือ ที่มาและการทำหน้าที่ โดยในส่วนของที่มานั้นตนไม่โทษ สว. เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 เปิดช่องให้เข้ามาได้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่ตัวรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดช่องเปิดโอกาสตรงนี้ เปิดกลไกให้ได้มาซึ่ง สว. แบบที่เราเห็นอยู่ หลายคนบอกว่าที่มาแบบนี้จะวิกฤติ และมันจะไปไม่รอด
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า คนเราอยู่ไม่ถึงร้อยปีดังนั้น คนที่ทำหน้าที่กำกับ ดูแลบ้านเมืองทุกคนถ้ามองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติ ประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักจริงๆ แล้วเชื่อว่าทุกอย่างคลี่คลายได้ บางเรื่องเราไม่ว่าถ้าท่านทำเพื่อการอยู่รอด เราพออภัยให้ได้ แต่อย่าเกินเลยไปจนทำให้ภาพรวมเสียหาย ดังนั้นการใช้อำนาจของ สว. ขอให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ซื่อสัตย์สุจริตตามรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านได้ปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ขณะเข้าทำหน้าที่ ว่าจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ตนคิดว่าก็จะแก้ได้ จึงฝาก สว. ในมุมที่ทำหน้าที่ของท่าน
นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาบ้านเมืองมี 2 ส่วน คือส่วนของคน และระบบ ซึ่งการแก้คนนั้นแก้ได้ แต่แก้ยาก ส่วนการแก้ไขระบบนั้นแก้ได้ แต่จะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบริบทสภาพแวดล้อม และสิ่งที่คนกังวลคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าคนแก้ คนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องยังเป็นระบบเดิม ก็หวังได้ยากว่า รัฐธรรมนูญจะออกมาตามที่ต้องการ ดังนั้นการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มาของ ส.ส.ร. ก็ดี คนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี ต้องคิดให้รอบคอบ ปิดช่องว่างช่องโหว่ที่จะทำให้เกิดการบิดเบือนบิดพลิ้วให้มากที่สุด และตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าแก้ไขรายมาตรานั้น ตนก็เห็นด้วย เพราะบางอย่างต้องรีบดำเนินการ เพราะการจะหวังเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมันยาก อะไรที่ทำได้ต้องทำไปก่อน วันนี้ประชามติออกมาแล้ว 21 ล้านเสียง ให้ดำเนินการได้ เพื่อนำมาสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน การใช้อำนาจ เข้าสู่อำนาจและการตรวจสอบเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง
“สิ่งสำคัญคือฝากถึงนายกฯ และผู้ใช้อำนาจ เมื่อท่านได้โอกาสจากประชาชน แล้วใช้โอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความกล้าหาญทางการเมือง เจตนารมณ์ทางการเมืองอันนี้สำคัญ ปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของบ้านเมือง ปกป้องประชาชน ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ขอเถอะครับ ให้ใช้ความกล้าหาญทางการเมืองมาช่วยกันทำตรงนี้ ถ้า 3 องค์ประกอบนี้ไปด้วยกัน ผมว่าแก้ได้ ขอให้ช่วยกัน แม้ผมจะเป็นประชาชนคนธรรมดาก็มาช่วยกัน ผมก็ยินดีทำให้ทุกคนมีคุณภาพที่ดีขึ้นมา อย่าทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง ทุกคนมีความสำคัญ” นพ.ชลน่าน กล่าว.



