เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นายสมชาติ ประดิษฐพร สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการเสนอร่าง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน ว่า ขณะนี้ตนได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันต่อที่ประชุมคณะกรรมการกฎหมายของพรรค และที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมดำเนินการเสนอร่างกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และมีความยั่งยืน โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ และการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันอย่างแท้จริง
นายสมชาติ กล่าวว่า ปาล์มน้ำมันถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและพลังงานของประเทศ การพัฒนาเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ตลอดจนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับศักยภาพและมาตรฐานของอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขันได้ภายใต้ระบบการค้าเสรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ร่างกฎหมายดังกล่าวจึงเสนอให้มี คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ทำหน้าที่จัดทำนโยบายและแผนการบริหารจัดการการเกษตรและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน รวมทั้งติดตามและผลักดันให้มีการดำเนินการตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมบูรณาการด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ. ยังเสนอให้มี กองทุนปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งด้านการผลิตและการตลาด รวมถึงให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีที่มีความจำเป็น
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวทางให้มีการกำกับดูแลกิจการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันเท่าที่จำเป็น เพื่อคุ้มครองเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันให้ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพผลผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย
“ผมเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันจำเป็นต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะเรื่องราคาในแต่ละช่วงเวลา เกษตรกรต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม และต้องมีกลไกที่สามารถดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับพี่น้องชาวสวนปาล์มในระยะยาว” นายสมชาติ กล่าว
นายสมชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้สามารถผลักดันจนมีผลใช้บังคับได้ จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์ม และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศไทยให้มีระบบบริหารจัดการที่ชัดเจน เป็นธรรม และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน.



